ตอนที่ 2 — ตอนที่ 2
วันแต่พี่หมายถึงว่าอังไปสอนพิเศษแทนหรือลิตา 3 วันแต่พี่ยกเงินค่าสอนทั้งเตือนให้อังหมดเลยไม่เอาหรอ!” เอาค่ะฉันรีบตอบรับเมื่อมันมีแต่ได้เห็นแต่อันต้องเตรียมตัวเตรียมหนังสือไปสอนน้องเขาวิชาอะไรบ้างคะฟิสิกส์มีภาษาอังกฤษคะฉันว่าพลางยกนิ้วก้อยขึ้นไขหูไม่ต้องทำแบบนั้นเราฟังไม่ผิดหรอกสอน 3 วิชาวันละ 2 ชั่วโมงวันนึงจะสอนวิชาเดียวหรือสองชายก็ได้แล้วแต่จะสะดวกจัดสรรตารางเอาเองเลยยังไงก็เรียนสายวิทย์มาเหมือนกันนี่ไม่มีปัญหาหรอกใช่ไหมที่ตาบอกพี่แล้วว่าอังเรียนเก่ง ”ก็ได้ค่ะ” ฉันรับคำ ยิ้มเย้ย ทางยกแก้วน้ำอัดลมขึ้นดื่มเวลาผ่าน ไปจนเกือบ 5-6 ปี แถมจบมาฉันก็ยังทำงานที่ไม่เกี่ยวกับสายที่ร่ำเรียนมาอีกเสียอีก กลับไปบ้านพี่คงไม่ต้องรื้อตำราสมัยเรียนขึ้นมาอ่านทานฟื้นความทรงจำอีกที่นั่นล่ะ และนั่นก็ถือว่าเป็นการจบบทสนทนาระหว่างฉันและพี่หนุ่ม “อย่าบ่นมากไปเลยแก” เสียงหวานชองลลิตาเพื่อนสนิทฉันดังมาตามสายโทรศัพท์อย่างปลอบโยน “ไม่ได้ได้อยากบ่น แต่ฉันไม่มั่นใจว่าจะสอนเด็กได้” “สามวันเองนะอัง อีกอย่างน้องเค้าก็ไม่ได้โง่หรอก ฉลาดจะตายแต่ที่คะแนนไม่ดีเพราะห่วงเล่นติดกับเพื่อนมากไปหน่อยเท่านั้นเอง” “เท่านั้นเอง” ฉันทำเสียงเยาะอย่างไม่น่าเชื่อถือ จนเพื่อนสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เอางี้ ฉันจะให้จูงใจแกดีไหม?” “แรงจูงใจอะไร?” “ก็....ลลิตาลากเสียงยาว พลางหัวเราะคิกคักจนฉันนึกหมั่นไส้ “ก็อะไร” ฉันเร่ง “ก็จะบอกแกว่า พี่เดชพี่ชายของน้องตินน่ะหล่อโฮกเลยน่ะสิ” “จริงอ่ะ” ฉันทำเสียงไม่เชื่อถือแค่ก็เริ่มสรใจนิดๆ นิดๆเองจริงๆนะ สาบานได้ “จริงย่ะ หล่อมากกกกกก....... มาดแมนแฮนซั่มสุดๆ นี่ถ้าฉันไม่มีพี่หนุ่มอยู่แล้วล่ะก็ เสร็จ!!” “ ถ้าหล่อขนาดนั้น ก็คงไม่เหลือมาถึงฉันหรอก” “ วุ้ย! รายนี้โสดย่ะ แกเองก็น่าจะเคยได้ยินชื่อนะ กฤติเดช จิรพัฒน์ CEO ของ Jira Group ไง” “อ่อ ...เคยได้ยินแต่ชื่อไม่เคยเห็นหน้า” “แหงล่ะ รูปหล่อพ่อรวย มหาศาลขนาดนั้น อย่างเราๆคงไม่ได้เห็นเขาง่ายๆ นี่ถือเป็นโอกาสดเลยนะอัง” “ก็ดีอยู่” ฉันเริ่มคิดตาม “แต่กคงได้แต่ฝัน” “แค่ฝันก็ยังดีย่ะ เอางี้เดี๋ยววางสายแล้วฉันจะส่งรูปให้แกดูทางLine ดีไหม มีอยู่ในเครื่องพอดี จะได้มีกำลังใจ” “เอาสิ” ฉันว่าไม่ปฏิเสธ ใจก็อยากเห็นผู้ชายในฝันของสาวๆครึ่งค่อนประเทศคนนี้อยู่แล้ว “โอเค งั้นแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้าไชอปปิ้งเสื้อผ้าเสียหน่อย” “ ตามสบายเลยจ๊ะ” “งั้นแค่นี้นะ ฝันดี” “ฝันดี” ฉันตอบได้เพียงเท่านั้น ก่อนส่ายหน้าน้อยๆให้กับเจ้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในมือถือ อดอิจฉาเพื่อนสนิทเล็กๆไม่ได้ ลลิตาเป็นคนสวยมาตั้งแต่เด็ก พอเข้ามหาลัยจนโตมาเป็นสาวก็รู้จักดูแลผิวพรรณรวมไปถึงการแต่งเนื้อแต่งตัว แต่งหน้า ผิดกับที่ฉันเนแต่การบำรุงผิวด้วยสกินแคร์เพียงอย่างเดียว แต่งหน้าก็ไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราวเท่าไหร่นัก เลยเห็นว่ามันไม่จำเป็น หรือจริงๆคือ “คร้านที่จะพยายามแล้วต่างหาก” และด้วยเรื่องนี้ล่ะมั้ง ที่ทำให้เธอไม่เคยมีแฟนกับเขาเสียที ได้แต่พูดคุยเล่นเป็นเรื่องโจ๊ะทะลึ่งทะเล้นกับเพื่อนๆไปวันๆ และทุกคนก็รู้กันทั้งนั้น ว่าฉันทั้งสดและก็ซิง!” “น่าภาคภูมิใจในความเป็นหญิงไทยใจงามของฉันจริงๆเลยเนอะ “ห่าเอ้ย! หล่อสุดๆ!” ฉันอุทาน ตาเบิกโตจนเกือบเท่าไข่ห่า(จริงๆนะ) ยามได้เนข้อความและรูปที่ลลิตาส่งมาให้ 21:06 กรี๊ดดดด...ที่สุดเลยเพื่อนรัก 21:06 กรีดร้อง...เค้าจะเอาคนนี้ ไปนอนละ ฝันดีจ๊ะ 21:11 21:12 จ้าขอบใจมาก ฝันดี ^ ^ และนั่น ก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้ว ที่ฉันจะตั้งหน้าตั้งตานับวันมาสอนพิเศษเด็กม.ปลายอย่างกระตือรือร้น พร้อมทั้งยอมทนยืนตากแดดระหว่างกดกริ่งรอให้คนในบ้านมาเปิดประตุรับด้วยใจจดจ่อ พลางก้มตัวลงมาสำรวจเสื้อผ้าที่สวมใส่ ซึ่งเป็นชุดเดรสชมพูใหม่ ที่เธอตั้งใจซื้อมาเพื่อการนี้เลยทีเดียว “มาหาใครครับ” พี่ซิเคียวริตี้การ์ดประจำบ้าน เอ่ยถาม “มาสอนพิศษแทนคุณลิตาค่ะ” ฉันตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานกว่าปกติสิบเท่า เพื่อนผูกมิตร “อ้อ..เชิญครับ เชิญคุณเดชกำลังรออยู่พอดี” จริงอ่ะ! ฉันแทบอุทานออกมาพร้อมเสียงกรี๊ด ดีที่สะกดเอาไว้ในลำคอได้ทัน ก่อนหันหลังกลับขึ้นรถแล้วเคลื่อนเข้าสู่บริเวณบ้านจอดเทียบท่าไว้ตรงบริเวณที่ซิเคียวริตี้การ์ดผิวคล้ำวัยกลางคนชี้ให้ดู สุดหล่อกำลังรอฉันอยู่ ฉันคิดใจเต้นระทึกลาวกับกลองรัว โอ๊ยตายแล้วความประมาทกำลังแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างกายความไม่มั่นใจเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งสองครั้งที่ก้าวเดินก็เริ่มสั่นเมื่อไม่คิดฝันแม้จะแอบหวังว่าจะได้เจอคนคนนั้นเร็วขนาดนี้ “ครูสอนพิเศษมาถึงแล้วค่ะป้านวล” พี่ซีเคียวริตี้การ์ดเอ่ยกับสาวใหญ่ซึ่งแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าลูกไม้กับผ้าถุง ซึ่งดูยังไงก็เป็นผ้าไหมเนื้อดี หันมามองชั้นตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก่อนส่งยิ้มใจดีให้ ซึ่งฉันก็รีบยกมือไหว้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่รู้ว่า