ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
ราวให้เราสับสน งุนงง วุ่นวายหรือเจ็บปวดหัวใจ แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นใครหลายๆคนรวมถึงตัวฉันเองก็ยินดีที่จะแสวงหามัน “เจ้าความรัก” ที่ฉันบ่มเพาะมาเนิ่นนานหลายปีโดยที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่เคยรู้ตัว เอ๊ะ!หรือว่าเขารู้แต่แกล้งทำเป้ฯไม่รู้กันแน่นะ? ช่างมันเถอะ ฉันมาเพื่อเล่าเรื่องราวในชีวิตตลอด27ปีให้คุณฟังต่างหาก คัดลอกอออกมาจากไดอารี่เล่มน้อยแต่หนาถึง250 หน้าเชียวนะ ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะบ้าเขียนด้ขนาดนั้น ก็แหม....เรื่องราวที่ฉันต้องประสบพบเจอมันออกจะหนักหนาสาหัสอยู่เหมือนกันนี่นา กว่าจะผ่านมาจนถึงวันนี้ ก็เล่นเอาใจหายใจคว่ำมาเลยทีเดียว อ้อ!ฉันบอกคุณไปหรือยังว่าฉันกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันพรุ่งนี้แล้วล่ะ กับผู้ชายที่ฉันรักและเขาเองก็รักฉันอย่างแท้จริง แม้จะมีอุปสรรคอย่างประดังเข้ามา แต่เราสองคนก็ช่วยกันฝ่าฟันมันมาด้วยกัน อาจจะเสียน้ำตา หรือ รู้สึกเสียใจไปบ้าง แต่ฉันไม่เคยเสียดายเวลาที่ได้ร่วมใช้ชีวิตเคียงข้างกับผู้ชายคนนี้เลย แล้วจุดเริ่มต้นของเรื่องราวระหว่างเรามันมาจากอะไรน่ะเหรอ? ขยับเข้ามาใกล้ๆหน้าจอคอมแล้วฉันจะเล่าให้คุณฟัง อ๊ะ! อย่าทำหน้าอย่างนั้นซี....ฉันรู้ตัวดีว่าเขียนเล่าเรื่องไม่เก่ง แต่จะตั้งใจเล่าเดี๋ยวนี้ล่ะ!! มันเริ่มต้นจาก4-5ปีที่แล้ว ฉันต้องไปสอนพิเศษแทนยัยลลิตาเพื่อนสนิท ซึ่งซิ่งหนีเด็กนักเรียนของตัวเองไปเที่ยวกับแฟนหนุ่ที่เกาะหลีเป๊ะนัยว่าไม่ได้เจอกันนานก็เลยต้องไปเสริมความหวานด้วยบรรยากาศโรแมนติกชายทะเลเสียไปหน่อย งานนี้พี่หนุ่มแฟนยัยลิตาซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงท่านเจ้าของบริษัทเล็กๆที่ฉันทำงานอยู่ ถึงกับออกปากขอร้องให้ฉันไปแทนแฟนสาวของตนเลยทีเดียว ก็แหม พอเป็นแบบนี้ฉันที่เป็นเพียงพนักงานกินเงินเดือนท่าจะกล้าหือ กล้าปฏิเสธได้ยังไงนั่นก็เพื่อน นี่ก็แฟนเพื่อน (เจ้านายใหญ่ฉันอีกต่างหาก) จะว่าไปก็น่าอิจฉาเพื่อนสาวของฉันคนนี้ชะมัด “ไปแทนลิตาหน่อยยัง” พี่หนุ่มบอกกับฉันระหว่างทานอาหารกลางวันด้วยกัน อันประกอบไปด้วยส้มตำปูม้า รังนมย่าง ยำคอหมูย่างร้านป้าแจ่มจรัส ซึ่งสร้างเป็นเพิงหมาแหงนหลังคามุงด้วยจากหน้าบริษัท (หรูเนอะ?!) “อังสอนหนุงสือเด็กไม่เก่ง สอนหลานที่อยู่อนุบาล3 ยังแทบทะเลาะกันตายเลยค่ะ” ฉันตอบด้วยความซื่อสัตย์เวลาพี่สาวไหว้วานให้ช่วยสอนการบ้านหลานชายวัย5 ขวบ ทั้งฉันทั้งหลานต้องทะเลาะกันลั่นบ้านทุกที “ไม่ได้เด็กขนาดนั้น” พี่หนุ่มว่าพลางใช้ช้อนจิ้มรังนมย่างจุ่มลงบนน้ำปลาพริกป่น มะนาวและผงูรสเป็นส่วนผสมอยู่เข้าปากแล้วเคียวตุ้ยๆ ก่อนเอี้ยวศรีษะไปด้านหลัง ตะโกนสั่งเจ้าของร้านซึ่งกำลังตำครกดังโป๊กๆว่า “ป้า!จัดสิ้นวัวทอดมาโต๊ะนี้ด้วย” นี่ก็เป็นผู้ชายทุกระเบียดนิ้วจริงๆนะหล่อคิ้วเข้ม ผิวคล้ำหน้าตาคมสัน แต่ก็เนี้ยบตามประสาชายโสด (แต่ไม่สดทั่วๆไป) คือเสื้อผ้าเรียนแต่ผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้ามัน พร้อมด้วยหนวดเคราหรอมแหรมซึ่งเจ้าตัวจะไม่ตะโกนเด็ดขาดนอกจากไปพบลูกค้า และเป็นคนกินอยู่ง่าย ง่ายมากๆ ง่ายจริงๆ ง่ายถึงขนาดไม่คิดถึงหะวอกลูกน้องอย่างฉันเลยว่ารายการอาหารที่แกออกปากบอกว่าอยากเลี้ยงแต่ละอย่างนั้น ฉันกินได้มั้ย?ไอลิ้นวัวทอดเนี่ย! “นายตินเรียนอยู่ม 6 อันก็รู้ว่าวันนี้อยู่ช่วงเตรียมสอบเอนทรานซ์ แล้วมันก็เป็นน้องชายเพื่อนสนิทพี่ ตาเขาถึงได้ยอมมาสอนพิเศษให้ทั้งๆที่งานยุ่งเพราะเจ้าเดชเพื่อนพี่มันขอร้องมาน้องชายมันเข้าข้าง เอ้อ...ร่าเริง” แกว่ามาอย่างนี้ก่อนทำเสียงอึกอักในลำคออยู่พักใหญ่ “ร่าเริง แจ่มใส เข้ากับคนง่ายเพื่อนเยอะและค่อนข้างง่า.....เอาเป็นว่าสอบได้คะแนนไม่ดีเท่าไหร่” “เท่าไหร่ล่ะคะ” “ง่า...เอาเป็นว่าไม่ดีก็แล้วกันนะอังนะ พี่ขอร้องล่ะ ไปเที่ยวคราวนี้พี่ว่าจะทำเซอร์ไพรส์ขอลิตาเขาแต่งงานถ้า อังไม่ช่วยพี่ก็จะไม่รู้จะพึ่งใค สาวๆในบริษัทเราเปรี้ยวๆกันทั้งนั้น ขืนไปทำลูกชายเขาท้องมันจะยุ่ง “โดยทฤษฎีภาคปฏิบัติผู้ชายตั้งครรภ์ไม่ได้นะคะพี่หนุ่ม” “แต่ก็ทำให้ท้องได้นี” เอ่อ...แล้วพี่ควรมาแยังเรื่องนี้สองจะสองท่ามกลางร้านส้มตำร้าง นมย่างลิ้นวัวทอดและข้าวเหนียวอีก 2 กระติกกับหนูไหมฉันคิดแต่ไม่ได้เถียงออกไปหรอกนะ ”สรุปคือพี่กลัวคนอื่นจะทำน้องเขาเสียเด็ก?” ฉันพยายามประนีประนอมด้วยการใช้คำให้มันสุภาพที่สุดก็ “ไม่เชิงหรอกค่ะกลัวไปหยอกเด็กมากๆแล้วเด็กมันของขึ้นมาจะจนหน้ามืดต่างหาก” “ ค่ะ “ “นั่นแหละ สรุปว่าเอาไปแทน ลิตา ทีละกันพี่ให้เลิกงานไวกว่าเดิมทุกวันเลยเอ๊า!”พี่หนุ่มเสนอให้ฉันอย่างใจป้ำ “ค่าน้ำมันล่ะคะ” “พี่ออกให้” “มันจะดีหรอคะพี่” ฉันเล่นตัวเมื่อเริ่มเห็นหนทางได้เงินเพิ่มอยู่ร่ำไร “ดีสิ ค่าสอนพิเศษเดือนนี้ของลิตาพี่แถมให้ด้วยเลย” “โอ้ยพี่!” ฉันแย้งเสียงหลง “ “ พี่จะไปเที่ยวกันทั้งเดือนเลยหรอคะ ถ้าบริษัทจริงขึ้นมาแล้วหนูจะไปทำงานที่ไหน” “อังเอ้ย...”พี่หนุ่มอุทานพลางยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ “ พี่ไปเที่ยวกับลิตาเขา 3