ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
เสียงเซ็งแซ่ของล็อบบี้ในโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางเมือง หลอมรวมไปด้วยผู้คนหลากหลายชนชั้น สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดยูนิฟอร์มพนักงานต้อนรับที่ตัดเย็บอย่างประณีต อัญญ์เพิ่งก้าวเข้ามาทำงานในตำแหน่งรีเซปชั่นเป็นวันแรก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ยืนหลังตรงอย่างมั่นคง แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายของช่วงเวลาเช็กอินก็ตาม
ทว่าเสียงถกเถียงอย่างหงุดหงิดพลันดังขึ้นที่หน้าเคาน์เตอร์ เรียกสายตาของพนักงานคนอื่นให้เบือนหนีอย่างไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะมาหาลูกชายฉัน! ทำไมต้องถามอะไรเยอะแยะด้วย!"
หญิงวัยชราคนหนึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าปานกลาง ดูไม่หมดจดสม่ำเสมอ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยและมีท่าทีหลงๆ ลืมๆ ยืนถือกระเป๋าผ้าใบเก่าเจิ่งนองด้วยคราบน้ำ หญิงแก่พยายามจะเดินเข้าไปข้างใน แต่กลับถูกพนักงานต้อนรับคนอื่นแสดงท่าทีเหินห่างและเลือกปฏิบัติ บางคนถอนหายใจยาว ชักสีหน้าใส่ และพยายามดันให้เธอออกไปพ้นจากสายตาแขก VIP
"ขอโทษนะคะคุณยาย แต่ถ้าไม่มีบุคลากรยืนยัน หรือชื่อห้อง เราให้เข้าไปไม่ได้จริงๆ ค่ะ... รบกวนเขยิบออกไปก่อนนะคะ แขกท่านอื่นรอคิวอยู่" พนักงานรุ่นพี่เอ่ยเสียงแข็ง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความระอา
"แต่ฉัน..." หญิงชราทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ สายตาสับสนและเลิ่กลั่ก
"นี่มันอะไรกันเนี่ย! ฉันรีบนะ! ทำไมปล่อยให้ยายแก่ที่ไหนก็ไม่รู้มาเกะกะหน้าเคาน์เตอร์แบบนี้ล่ะ!" แขกชายร่างทบแต่งตัวดีคนหนึ่งส่งเสียงโวยวายขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย "จัดการคนพวกนี้ออกไปสักทีสิพนักงาน! ฉันเสียเงินมาพักคืนละเป็นหมื่นนะ!"
ความโกลาหลระเบิดขึ้นทันที เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระเบ็งเซ็งแซ่ พนักงานหลายคนเริ่มทำตัวไม่ถูก ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีก
แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย อัญญ์ที่สังเกตการณ์อยู่ตลอดยกยิ้มบางเบา เขาก้าวออกอกจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีสงบนิ่ง รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าขณะเข้าถึงตัวหญิงชราอย่างสุภาพ โดยไม่แสดงท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย
"สวัสดีครับคุณยาย" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ผมชื่ออัญญ์นะครับ คุณยายใจเย็นๆ ก่อนนะครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?"
"ลูก... ลูกชายยายทำงานที่นี่ เขาบอกให้มารอ..." หญิงชราพูดสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก
อัญญ์ไม่เพียงไม่ตัดบท แต่เขายังย่อตัวลงนิดหน่อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับหญิงชรา ก่อนจะประคองเธอเบาๆ นำทางไปยังโซนรับรองด้านข้าง "กระเป๋าใบนี้ท่าทางจะหนัก มาครับ เดี๋ยวผมช่วยถือนะ คุณยายไปนั่งพักดื่มน้ำเย็นๆ ตรงนี้ก่อน แล้วค่อยๆ เล่าให้ผมฟังนะครับว่าลูกชายชื่ออะไร"
"เฮ้! พนักงาน! แล้วคิวฉันล่ะ! ทำไมไปสนใจยายแก่นั่นก่อน!" แขกชายคนเดิมยังคงโวยวายไม่เลิก
อัญญ์หันกลับมามองแขกท่านนั้นด้วยสายตาที่มั่นคง แต่แฝงไปด้วยความมืออาชีพ "ต้องขออภัยในความไม่สะดวกอย่างยิ่งครับท่าน เนื่องจากคุณยายท่านนี้ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินทางด้านสุขภาพและสติสัมปชัญญะเบื้องต้น ทางเราจึงต้องเร่งดูแลเพื่อความปลอดภัยของแขกทุกท่านในพื้นที่ล็อบบี้ครับ แต่เพื่อนพนักงานของผมพร้อมให้บริการท่านที่เคาน์เตอร์ช่องที่สองทันทีครับ ขอเชิญทางนี้เลยครับ"
น้ำเสียงที่ฉลาด การแก้ไขสถานการณ์อย่างเฉียบแหลม และความมีจิตบริการที่เท่าเทียมโดยไม่มองคนแค่ภายนอก สะกดให้แขกที่กำลังโวยวายถึงกับเงียบเสียงลงอย่างพูดไม่ออก ได้แต่เดินตามพนักงานอีกคนไปแบบอ้ำๆ อึ้งๆ
อัญญ์ใช้เวลาไม่กี่นาทีในการพูดคุยกับหญิงชราด้วยความใจเย็น จนในที่สุดเขาก็สืบทราบจนได้ว่าลูกชายของคุณยายคือหนึ่งในพนักงานฝ่ายอาคารที่ทำงานอยู่ชั้นใต้ดิน เขาจึงประสานงานเรียกพนักงานคนนั้นขึ้นมารับคุณยายด้วยรอยยิ้ม โดยที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้น
ทุกการกระทำ ทุกคำพูด และความเฉลียวฉลาดในการแก้ปัญหาตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งตลอดเวลา
ตรงมุมหนึ่งของล็อบบี้ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหราปิดบังตัวตน ชายหนุ่มผู้ซึ่งยืนถือแก้วกาแฟพิงเสาอยู่อย่างกลมกลืนในคราบของลูกค้าคนหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาจดจ้องไปยังอัญญ์ไม่คลาดสายตา
ตั้งแต่เริ่มต้น ‘บรู๊ค’ เห็นความวุ่นวายทั้งหมด และเขากำลังดูว่าพนักงานใหม่จะรับมืออย่างไร แต่สิ่งที่อัญญ์ แสดงออกมา—ทั้งความฉลาดรอบคอบ ความใจเย็น และหัวใจที่พร้อมให้บริการโดยไม่แบ่งชนชั้น—กลับทำให้หัวใจของลูกชายเจ้าของโรงแรมอย่างเขาสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด
มุมปากของทายาทอาณาจักรธุรกิจโรงแรมยกขึ้นเป็นรวยยิ้มพึงพอใจอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก
เมื่อจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย อัญญ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก เขากำลังจะเดินกลับไปหลังเคาน์เตอร์ต้อนรับ แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทลำลองคนนั้นกลับเดินสวนเข้ามาใกล้
ระยะห่างที่กระชั้นชิดทำให้เขา ได้กลิ่นหอมนุ่มลึกของน้ำหอมแบรนด์หรูจากตัวอีกฝ่าย ชายแปลกหน้าคนนั้นหยุดยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นดวงตาคมประดุจพญาเหยี่ยวที่จ้องมองลงมาตรงๆ
"การรับมือเมื่อกี้... ทำได้ไม่เลวเลยนี่" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นเบาๆ ข้างหูของอัญญ์ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะจุดยิ้มทรงเสน่ห์ที่ทำให้คนมองถึงกับลมหายใจสะงัก
ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากถามหรือทำความเข้าใจว่าชายคนนี้คือใคร บรู๊คก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมกรุ่น และความรู้สึกแปลกประหลาดที่กุมหัวใจของพนักงานใหม่คนนี้ไว้
อัญญ์ยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจข้างในอกซ้ายพลันเต้นตึกตักรุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้... แววตาของชายแปลกหน้าคนนั้น และรอยยิ้มเมื่อครู่ มันคืออะไรกันแน่?