ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
แสงแดดยามเช้าของโรงเรียนมัธยมปลาย ทอดตัวยาวผ่านช่องกระจกของห้องเรียนชั้น ม.5/2 ฝุ่นผงเม็ดเล็กๆ ลอยเคว้งคว้างอยู่ในลำแสงสีส้มอมทอง รำไรพร้อมกับเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กของเหล่านักเรียนที่เพิ่งเดินทางมาถึงโรงเรียน เสียงหัวเราะ รดน้ำต้นไม้ และเสียงเดินวุ่นวายบริเวณระเบียงไม่ได้ส่งผลต่อ 'ภีม' เลยสักนิด
ภีมทอดตัวนั่งอยู่เก้าอี้ตัวรองสุดท้ายติดหน้าต่าง ใบหน้าหวานเกลี้ยงเกลาตามวัยมองเหม่อออกไปนอกกระจก มือข้างหนึ่งเท้าคางไว้ อีกข้างใช้ดินสอกดหมุนเล่นไปมาระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ตาคู่เรียวจ้องมองไปยังสนามฟุตบอลกว้างใหญ่ด้านล่างที่เริ่มมีนักเรียนชมรมฟุตบอลลงไปวิ่งวอร์มร่างกาย
ชีวิตของเขา ในโรงเรียนแห่งนี้เรียกว่าเรียบง่ายจนเกือบจะจางหาย หากเทียบกับคนอื่นแล้ว ภีมไม่ได้มีความเด่นดังด้านกีฬา ไม่ได้ทำกิจกรรมสภานักเรียน ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์กลางๆ พอเอาตัวรอดได้ในทุกรายวิชา เป็นคนประเภทที่ไม่ว่าจะย้ายไปนั่งตรงไหนของห้อง ก็สามารถกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบข้างได้อย่างกลมกลืนชนิดที่ว่าบางทีครูก็ลืมเช็กชื่อ
"เหม่ออะไรของนายแต่เช้าเนี่ย? ระวังดินสอจะทิ่มจมูกเอา"
เสียงใสของ 'เนเน่' เพื่อนสาวสนิทโต๊ะข้างๆ ดังขึ้น พร้อมกับเอกสารรายงานที่ม้วนเป็นแท่ง ทุบลงบนหัวของ เขาเบาๆ หนึ่งที ภีมสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับมามองเพื่อนสาวที่กำลังยิ้มขำอยู่
"เปล่าสักหน่อย แค่คิดว่าวันนี้ลมเย็นดี" เขาตอบเสียงเรียบ พลางจัดกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่ข้างโต๊ะให้เข้าที่
"เย็นจนสมองบวมล่ะสิไม่ว่า" เนเน่ ขำเบาๆ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง พลางจัดแจงหันมาคุยต่อ "ได้ข่าวไหม ว่าวันนี้จะมีเด็กใหม่ย้ายเข้ามาห้องเรากลางเทอม เห็นพวกผู้หญิงในกลุ่มแชตบอกว่าหล่อระดับดาราเลยนะ"
"เหรอ..." เขาพยักหน้ารับรู้แบบไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก สำหรับภีมแล้ว ไม่ว่าใครจะย้ายเข้ามา มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอันสงบสุขของเขาสักเท่าไร
ยังไม่ทันที่เนเน่ จะได้เล่าข่าวเม้าท์เพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนคาบโฮมรูมก็ดังขึ้นครืนครั่น เสียงพูดคุยในห้องค่อยๆ เบาลงเมื่อประตูหน้าห้องเรียนถูกเปิดออก อาจารย์ประจำชั้นเดินถือสมุดเช็กชื่อเข้ามาด้วยท่าทางเป็นทางการ ตามมาด้วยร่างสูงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ที่เรียบร้อยถูกต้องตามระเบียบทุกประเบียดนิ้ว
และวินาทีนั้นเอง เสียงฮือฮาเบาๆ ก็ดังระงมไปทั่วห้องเรียน
เด็กหนุ่มผู้มาใหม่มีเรือนร่างสูงโปร่ง บุคลิกโดดเด่น ไหล่กว้างที่ทำให้เสื้อเชิ้ตนักเรียนดูดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ใบหน้าคมคายได้รูป คิ้วหนาเข้มเข้ากับดวงตาสุกใส และรอยยิ้มบางๆ ที่แต้มอยู่บนริมฝีปากอย่างเป็นธรรมชาติ มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูเสแสร้ง แต่กลับแผ่รังสีความเป็นมิตรจนทำให้คนมองรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ
"เอาล่ะทุกคน เงียบๆ หน่อย" อาจารย์ประจำชั้นกวาดสายตามองไปรอบห้อง "วันนี้เรามีเพื่อนใหม่ย้ายมาจากต่างจังหวัด เนื่องจากคุณพ่อของเขาย้ายมาทำงานที่นี่ อ้าว แนะนำตัวกับเพื่อนๆ สิ"
เด็กหนุ่มก้าวออกไปข้างหน้าเล็กน้อย กวาดสายตามองไปรอบห้องเรียนอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดลงที่มุมห้อง... ตรงโต๊ะติดหน้าต่างที่ภีมนั่งอยู่
ดวงตาของเด็กใหม่ประกายวาบขึ้นวูบหนึ่ง รอยยิ้มบนริมฝีปากกว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล
"สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อ 'กวิน' นะครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วห้อง โดยเฉพาะบรรดาเพื่อนๆ ผู้หญิงที่ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เนเน่ที่นั่งอยู่ข้างภีม หรี่ตามองกวิน สลับกับมองภีม ก่อนจะสะกิดแขนเพื่อนชายเบาๆ
"นี่ ภีม... หน้าตาเด็กใหม่คุ้นๆ ป่ะ?"
ภีมจ้องมองใบหน้าคมคายของเด็กใหม่ ค้างไว้หลายวินาที ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยถูกซุกซ่อนไว้ใต้ชั้นบรรยากาศของกาลเวลาค่อยๆ สว่างวาบขึ้นมาในหัว ภาพของเด็กชายตัวโตกว่าที่เคยชอบชวนเขาลุยคลองจับปู เคยร้องไห้เพราะโดนสุนัขไล่เห่า หรือคนที่เคยแบ่งขนมปังให้เขากินครึ่งหนึ่งเสมอตอนอายุประมาณเจ็ดแปดขวบ ก่อนที่ครอบครัวของอีกฝ่ายจะย้ายบ้านหายไป
'กวิน' งั้นเหรอ... เด็กอ้วนข้างบ้านในตอนนั้น กลายมาเป็นหมอนี่แบบในวันนี้เนี่ยนะ?
ก่อนที่ภีมจะทันได้ตอบอะไร กวินก็เดินตรงเข้ามายังแถวหลังของห้อง ซึ่งมีเก้าอี้ว่างอยู่พอดี และเก้าอี้ตัวนั้น... อยู่ด้านหลังของภีมพอดิบพอดี
ขณะที่เดินผ่านโต๊ะของภีม เขากระซิบเบาๆ พอให้ยินกันแค่สองคน
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
ภีมชะงักไปเล็กน้อย ทำได้เพียงพยักหน้ารับเบาๆ ด้วยความทำตัวไม่ถูก ในขณะที่ใจดวงน้อยเริ่มรู้สึกถึงความวุ่นวายที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตประจำวันอันแสนเรียบง่ายของตนเอง
เพียงแค่ไม่กี่วันหลังจากที่ย้ายเข้ามา กวินก็กลายเป็น "ดาวเด่น" ของโรงเรียนมัธยมปลายอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่น แต่กวินยังมีความสามารถรอบด้าน ในคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เขาสามารถตอบคำถามอาจารย์ได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่แสดงท่าทีอวดดี ในยามบ่ายที่สนามบาสเกตบอล เขาที่ถูกชวนไปลงเล่นแทนตัวจริงที่บาดเจ็บ ก็เลย์อัปชู้ตลูกลงห่วงได้อย่างสวยงามจนเสียงกรี๊ดของสาวๆ ข้างสนามดังเกรียวกราว
ความที่หัวดี กีฬาเลิศ มีมนุษยสัมพันธ์เป็นเยี่ยม ใครต่อใครต่างก็อยากเข้าหา อยากรู้จัก และอยากเป็นเพื่อนกับเขาทั้งนั้น
แต่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่รายล้อม เขากลับมีพฤติกรรมอย่างหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจให้เพื่อนๆ ในห้องเสมอ... นั่นคือการที่เขามักจะพยายามพาตัวเองมาวนเวียนอยู่รอบตัวภีมอยู่ตลอดเวลา
"ภีมอันนี้เขากินยังไงนะ?"
เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของกวิน ที่ถือถาดอาหารมานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของภีม ในโรงอาหาร โดยไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่มองตามมาด้วยความสงสัย ภีมที่กำลังเคี้ยวข้าวผัดแก้มตุ่ยชะงักไป มองชามก๋วยเตี๋ยวในมือกวิน แล้วขมวดคิ้ว
"ก็... ใช้ตะเกียบกับช้อนไง นายไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวมาสิบปีแล้วเหรอ?" ภีมถามกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
กวินหัวเราะร่า เสียงหัวเราะสดใสจนคนที่นั่งโต๊ะข้างๆ ต้องหันมามอง "ไม่ใช่แบบนั้น หมายถึงวิธีปรุงต่างหาก เมื่อก่อนเราปรุงแบบไหนถึงอร่อยนะ นายใส่พริกเท่าไร น้ำตาลเท่าไรอ่ะ? ใส่ให้หน่อยดิ"
กวินยื่นชามก๋วยเตี๋ยวมาตรงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ถีมถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ยอมตักเครื่องปรุงตามสูตรของตัวเองใส่ลงในชามให้อีกฝ่ายสองสามช้อน
"แค่นี้พอ ถ้าเผ็ดกว่านี้เดี๋ยวนายก็บ่นเจ็บลิ้นเหมือนตอนแปดขวบอีก"
"เฮ้ย! เรื่องนั้นนายยังจำได้อยู่อีกเหรอ?" กวินยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายวาววับ ดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด "ถ้านายจำเรื่องนั้นได้ แสดงว่านายก็ยังไม่ลืมตอนที่เราแอบไปปีนต้นมังคุดหลังบ้านลุงชิดแล้วโดนผึ้งต่อยใช่ไหม?"
"ใครจะลืมลง นายร้องไห้ลั่นซอยจนแม่นายต้องหิ้วหูพาไปหาหมอ" ภีมพูดพลางตักข้าวเข้าปาก แม้ใบหน้าจะดูเรียบเฉย แต่ริมฝีปากก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต
เนเน่ที่นั่งอยู่ข้างๆ มองดูการโต้ตอบของทั้งสองคนเงียบๆ สายตาของเธอไล่มองจากใบหน้าที่มีความสุขเกินเหตุของ กวินยามที่ได้คุยกับภีม สลับกับใบหน้าของภีมที่ยังคงดูไม่อินกับอะไรเป็นพิเศษ เนเน่ถอนหายใจยาว พลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบ
ความสัมพันธ์ของสองคนนี้มันแปลก... ในสายตาของคนนอก