ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
บทที่ 1: เงาแค้นศิษย์ร่วมสำนัก และวาสนาชะตาฟ้า
เงาร่างโปร่งในชุดศิษย์เอกพลิ้วกายพุ่งวูบผ่านลานยุทธของสำนักคุ้มภัย สำนักมังกรฟ้า เสียงประกบกระบี่ดัง เคร้ง! สะท้อนก้องทั่วบรมนิทรรศการประลอง ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เป็นคู่ต่อสู้กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายสั่นสะท้าน ขณะที่ หลินเฟิ่ง ถอยกายลงแตะพื้นอย่างนุ่มนวล ปลายกระบี่ชี้รวงข้าวต่ำลงพื้นพลางประสานมือ
"ศิษย์พี่ใหญ่ออมมือแล้ว"
ประกายตาของเจ้าสำนักมังกรฟ้าฉายความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าศิษย์ในสำนัก มีเพียง ลี่เหมย ลูกสาวเจ้าสำนักที่ยิ้มกริ่มด้วยความเลื่อมใส ดวงตาคู่สวยจ้องมองหลินเฟิ่งด้วยความแอบรักที่เปี่ยมล้น ทว่าในมุมมืด ศิษย์พี่ร่วมสำนักคนอื่นๆ กลับจ้องมองเขาด้วยสายตาเคียดแค้นและริษยา… วันนี้หลินเฟิ่งได้พิสูจน์แล้วว่าเขาคือผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไปอย่างสมศักดิ์ศรี
ทว่าความสุขกลับคงอยู่ได้เพียงข้ามคืน…
ยามอรุณรุ่งของวันถัดมา เสียงตบโต๊ะดัง ปัง! สะท้านไปทั่วห้องโถงใหญ่ หลินเฟิ่งถูกคุมตัวลงคุกเข่าต่อหน้าอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่ยืนเคียงข้างพร้อมชูคัมภีร์ 'วิชามังกรทะยานฟ้า' เคล็ดวิชาลับประจำสำนักที่หายไปจากห้องลับเมื่อคืน ซึ่งถูกค้นพบใต้ฟูกที่นอนของหลินเฟิ่ง
"ข้าไม่ได้ทำจริงๆ ครับอาจารย์! มีคนจัดฉากใส่ร้ายข้า!" หลินเฟิ่งเอ่ยเสียงหนักแน่น หากแต่หลักฐานมัดตัวแน่นหนา ลี่เหมยพยายามร้องขอความเป็นธรรมให้เขา น้ำตาคลอเบ้า แต่กระแสความกดดันจากศิษย์คนอื่นๆ กลับโหมกระหน่ำ
"หลักฐานคาตาเช่นนี้ ยังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือ!" เจ้าสำนักถอนหายใจยาวด้วยความผิดหวังและเจ็บปวด "เห็นแก่เจ้าทำคุณงามความดีให้สำนักมานาน ข้าจะไม่เอาชีวิตเจ้า… แต่เจ้าจงไปเสีย! นับแต่นี้ หลินเฟิ่ง ไม่ใช่ศิษย์สำนักมังกรฟ้าอีกต่อไป!"
ป้ายชื่อถูกทำลาย ปลายกระบี่ประจำสำนักถูกยึดคืน หลินเฟิ่งเดินออกจากประตูสำนักด้วยความขมขื่น ลมพัดกระหน่ำหอบเอาฝุ่นควันและความสิ้นหวังเข้ามาครอบงำ เขาร่อนเร่จากเมืองหลวงสู่เมืองชายแดน ไร้จุดหมาย ไร้ที่พึ่งพา ร่างกายและจิตใจบอบช้ำจนคล้ายคนไร้วิญญาณ
ณ ตลาดอันคึกคักของเมืองป๋ายหยาง เสียงโวยวายดังขึ้นจากแถวแผงขายเครื่องประดับ
"ไอ้เด็กเมื่อวานซีน! กล้าดีอย่างไรมาเดินชนข้า แล้วยังไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหายอีกรึ!"
อันธพาลร่างมหึมาสามคนกำลังล้อมกรอบ 'คุณชาย' ร่างบางคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดบัณฑิตเรียบง่าย ทว่าผิวพรรณกลับผุดผ่องผิดมนุษย์มะนา ดวงตาคู่กลมโตฉายแววทระนงไม่ยอมคน
"ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้ตั้งใจชน! และข้าก็จ่ายเงินคืนค่าแจกันแตกให้แล้ว เหตุใดต้องเรียกเงินชดเชยตั้งร้อยตำลึง!" น้ำเสียงของบัณฑิตหนุ่มหวานใสและกังวาน
งั้นฝ่ามือนี้ถือว่าสั่งสอน เจ้าแทนเป็นอย่างไรล่ะ! หัวหน้าอันธพาลเงื้อมือหมายจะตบหน้า 'บัณฑิตหนุ่ม'
ฟึบ!
ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะกระทบใบหน้า ร่างในชุดผ้าป่านซอมซ่อของหลินเฟิ่งก็ปรากฏขึ้นข้างกายต้านเฟย เขาคว้าข้อมือของอันธพาลไว้แน่นปานคีมเหล็ก ออกแรงบิดเพียงเล็กน้อย เสียงกระดูกลั่นดัง กร๊อบ! ชายฉกรรจ์ร้องลมอุดปากด้วยความเจ็บปวด
"คนหมู่มากรังแกคนไม่มีทางสู้ ช่างน่าไม่อาย" หลินเฟิ่งกล่าวเสียงเรียบ
"ไอ้นี่หาเรื่องตาย! จัดการมัน!"
อันธพาลอีกสองคนชักมีดสั้นพุ่งเข้าใส่ หลินเฟิ่งแทบไม่ต้องออกแรงมาก เขาใช้วิชาดรรชนีเคล็ดเบา เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับกิ่งหลิวลู่ลม แตะจุดสำคัญบนร่างกายของอันธพาลจนล้มตึงไปกองกับพื้นในเวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ!
ต้านเฟยจ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยความตะลึงลาน แววตาของหลินเฟิ่งแม้จะแฝงความโศกเศร้าล้ำลึก แต่กลับมีประกายแห่งความเที่ยงธรรมและวรยุทธที่สูงส่งเกินกว่าคนธรรมดา
"เจ้า… เจ้าเป็นใครกัน?" ต้านเฟยเอ่ยถาม พลางจ้องมองใบหน้าคมเข้มของเขา
"ข้าเป็นเพียงคนร่อนเร่ไร้นาม… คุณชายบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?" หลินเฟิ่งหันมาถามด้วยความสุภาพ
ยังไม่ทันที่ต้านเฟยจะได้ตอบ เสียงควบม้าหนักหน่วงดังสนั่นมาจากท้ายตลาด พร้อมกับกองกำลังทหารขี่ม้าสวมเกราะเหล็กเต็มยศพุ่งตรงมา ทหารเกราะทองผู้เป็นหัวหน้าบุกตะลุยเข้ามาพร้อมชูดาบขึ้นสูง
"นั่นทหารกองทัพหลวง… บูรพากษัตริย์ส่งคนมาตามจับข้าแล้วรึ?!" ต้านเฟยพึมพำด้วยความตกใจ ขณะที่หลินเฟิ่งขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณยุทธสั่งการให้เขาขยับกายบังต้านเฟยไว้ด้านหลัง พร้อมตั้งท่ากระบี่ด้วยมือเปล่า!
เสียงหัวหน้าทหารตะโกนก้องผ่านฝุ่นควัน "จับกุมคนที่อยู่ตรงนั้นไว้ให้หมด!"
ดวงตาของหลินเฟิ่งฉายแวววับ ชะตาชีวิตที่เพิ่งตกต่ำถึงขีดสุด กำลังจะถูกพัดพาเข้าสู่วังวนแห่งสงครามและการเมืองในราชสำนักอย่างที่เขาไม่อาจหลีกเลี่ยง!