ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
ไฟนีออนสีแดงสดสลับกับสีน้ำเงินอาบไล้ไปทั่วห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด ป้ายไฟคำว่า ON AIR สว่างวาบขึ้นที่มุมห้อง ชายหนุ่มเจ้าของช่องยูทูบเล่าเรื่องผีชื่อดังขยับหูฟังของเขาให้เข้าที่ ก่อนจะส่งยิ้มทะเล้น ให้กับกล้องที่กำลังถ่ายทอดสด หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าเขาเต็มไปด้วยข้อความแชทที่ไหลเลื่อนขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนแทบอ่านไม่ทัน
"สวัสดีครับชาวแก๊งคนนอนดึกทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการ 'คืน-หลอน-ซ่อน-สาย' กับผม ดีเจแฮ็คคนเดิม!" เอทักทายด้วยน้ำเสียงตื่นตัวและร่าเริงตามสไตล์ที่แฟนคลับคุ้นเคย "คืนนี้เรามีสายโทรศัพท์ที่คัดมาเน้นๆ 5 สาย 5 เรื่องด้วยกัน แอบกระซิบเลยนะว่าทีมงานบอกผมว่า คืนนี้มีทีเด็ด ใครที่กำลังจะนอน หยิบผ้าห่มมาคลุมโปงรอไว้ได้เลย!"
ช่องแชทตอบสนองทันทีด้วยอิโมจิรูปผีและไฟลุก ‘รอฟังเลยพี่แฮ็ค!’ ‘คืนนี้ยาวไปๆ เตรียมมาม่าพร้อมแล้ว’ ‘ปิดไฟฟังอยู่ครับพี่ บรรยากาศโคตรได้’
แฮ็คยิ้มมุมปาก พลางกดปุ่มบนมิกเซอร์เพื่อรับสายแรกของรายการ "เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มกันที่สายแรกเลยดีกว่า สวัสดีครับคุณบอย คืนนี้มีเรื่องอะไรมาเล่าให้พวกเราฟังครับ?"
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำและสั่นเครือเล็กน้อยตอบกลับมา "สะ... สวัสดีครับพี่แฮ็ค เรื่องที่ผมจะเล่า มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองครับ เป็นเรื่องตอนที่ผมไปพักที่โฮมสเตย์แห่งหนึ่งบนดอยทางภาคเหนือ"
"บรรยากาศหน้าหนาวบนดอย ฟังดูน่าจะชิลนะครับเนี่ย แล้วมันไปสยองได้ยังไงครับคุณบอย?" แฮ็คถามชงเข้าเรื่องด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
"ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นครับพี่" บอยเริ่มเล่า น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเรื่อยๆ "โฮมสเตย์ที่ผมไปพัก เป็นกระท่อมไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่ห่างจากหลังอื่น คืนนั้นอากาศหนาวมาก หมอกลงจัดจนมองไม่เห็นทางเดินหน้าห้องเลย ผมเหนื่อยจากการขับรถมาทั้งวัน อาบน้ำเสร็จก็เลยรีบซุกตัวใต้ผ้าห่มแล้วหลับไป... แต่ผมหลับไปได้แค่ประมาณสองชั่วโมง ผมก็ต้องสะดุ้งตื่น"
เสียงแชทในจอเริ่มช้าลง ผู้ชมกำลังตั้งใจฟัง
"ผมรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกครับพี่แฮ็ค เหมือนมีอะไรมารัดที่คอ" บอยเล่าต่อ บรรยากาศในห้องสตูดิโอของแฮ็คเริ่มเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงฮีตเตอร์ทำงาน "ตอนแรกผมคิดว่าผีอำ แต่ร่างกายผมขยับได้ ผมเลยเอามือไปจับที่คอตัวเอง... พี่แฮ็คครับ มันมี เชือก เส้นหนึ่ง คล้องคอผมอยู่"
ดีเจหนุ่มขมวดคิ้ว "เชือกเหรอครับ? เชือกแบบไหน?"
"เป็นเชือกป่านเส้นใหญ่ๆ หยาบๆ ครับ สภาพเก่ามาก ผมตกใจสุดขีด รีบดึงมันออกจากคอแล้วโยนทิ้งไปที่มุมห้อง ลุกขึ้นมาเปิดไฟหาดูว่ามีใครแอบเข้ามาในห้องหรือเปล่า แต่ประตูหน้าต่างก็ล็อกสนิทจากด้านในหมด ผมหลอนมาก แต่ด้วยความที่เหนื่อยจัด พอตั้งสติได้ผมก็เลยกลับไปนอนต่อ คิดซะว่าตัวเองอาจจะละเมอหยิบเชือกผูกเปลในห้องมาเล่น"
บอยสูดลมหายใจลึกผ่านสายโทรศัพท์ "แต่พอผมเคลิ้มหลับไปได้อีกพักเดียว... ผมก็ต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ผมไม่ได้แค่สะดุ้ง แต่ผมสำลักอากาศ รอยรัดมันแน่นขึ้นกว่าเดิม ผมเอามือตะปบที่คอ... เชือกเส้นเดิมครับพี่เอ คราวนี้มันถูกผูกเป็นปมเงื่อนตาย รัดแน่นจนผมแทบหายใจไม่ออก!"
‘เชี่ยยยยย’ ‘ขนลุก!’ ‘ถ้าเป็นกู กูวิ่งตั้งแต่มันมาคล้องรอบแรกแล้วจ้า’ ข้อความในแชทเริ่มไหลทะลักด้วยความตื่นตระหนก
"ผมดิ้นทุรนทุราย พยายามเอานิ้วสอดเข้าไปเพื่อคลายปมให้ได้ เล็บผมขูดคอตัวเองจนเลือดซิบ กว่าจะแกะออกได้ผมแทบขาดใจตาย" น้ำเสียงของบอยเจือไปด้วยความหวาดผวาอย่างเห็นได้ชัด "พอเชือกหลุด ผมไม่รออะไรแล้วครับพี่เอ ผมคว้ากุญแจรถ โยนเสื้อผ้าใส่กระเป๋าลวกๆ แล้ววิ่งฝ่าความมืดและหมอกลงจากดอยคืนนั้นเลย"
ดีเจหนุ่มพ่นลมหายใจยาว ความสนุกสนานในตอนแรกมลายหายไป เหลือเพียงความตึงเครียด "โห... เป็นผมก็ไม่อยู่ครับ เจอแบบนี้ โชคดีมากนะครับที่คุณบอยแกะมันออกได้ทัน แล้วเชือกเส้นนั้นล่ะครับ ทิ้งไว้ที่นั่นเลยไหม?"
"นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมอยากจะบอกพี่แฮ็ค" เสียงของบอยเย็นเยียบลงจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง "ตอนที่ผมหนีลงมาถึงปั๊มน้ำมันตีนเขา ผมเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อจะหาบุหรี่มาสูบแก้เครียด... พี่แฮ็คครับ เชือกเส้นนั้นมันนอนขดอยู่ในกระเป๋าผม"
แฮ็คชะงัก "เดี๋ยวนะ คุณบอยไม่ได้เก็บมันมาไม่ใช่เหรอ?"
"ผมสาบานได้ว่าผมเขวี้ยงมันทิ้งไว้บนเตียงครับพี่" บอยตอบเสียงสั่น "แต่ที่มันน่าแปลกกว่านั้นคือ ตอนที่ผมหยิบมันขึ้นมาดูใต้แสงไฟของปั๊ม ผมเห็นว่าตรงปลายเชือก... มันมี ป้ายราคา พลาสติกเก่าๆ ห้อยติดอยู่ด้วย มันไหม้ไฟไปครึ่งหนึ่ง แต่มองเห็นโลโก้ชัดเจน"
บอยเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ทั้งสตูดิโอและช่องแชทตกอยู่ในความเงียบงัน
"มันเป็นโลโก้ของห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางกรุง... ห้างเดียวกับที่มีข่าวไฟไหม้ใหญ่ชั้นใต้ดิน เมื่อสิบกว่าปีก่อนน่ะครับพี่... เชือกบนดอยเหนือ ทำไมมันถึงมีป้ายของห้างที่ไฟไหม้ในกรุงเทพฯ ติดอยู่ได้?"
แฮ็คจ้องมองไมโครโฟนตรงหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและขนที่ลุกชันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่เขาจะทันได้ถามอะไรต่อ เสียงสัญญาณตัดสายจากฝั่งคุณบอยก็ดังขึ้น ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด... ทิ้งไว้เพียงปริศนาดำมืดที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น