ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
แสงไฟนีออนสว่างจ้ากระทบกับกระจกเงาบานยักษ์ภายในยิมหรูใจกลางเมือง กลิ่นเหงื่อเจือกลิ่นน้ำหอมสปอร์ตลอยอบอวลไปทั่วห้อง ‘อนาวิน’ นักศึกษามหาวิทยาลัยปีสองยืนกุมสายเป้ผ้าใบเก่าๆ ของตัวเองด้วยความประหม่า รองเท้าผ้าใบสีหมองกับเสื้อยืดผ้านิ่มย้วยตัวโปรดดูช่างแปลกแยกจากผู้คนรอบข้างที่สวมชุดออกกำลังกายแบรนด์เนมเข้ารูป
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปเปิดเครื่องวิ่งสายพาน บี-12 ซึ่งเป็นเครื่องเดียวที่ว่างอยู่ ยิมนี้เปิดให้สแกนทดลองเล่นฟรี 7 วันแรกสำหรับนักศึกษา และนั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ แต่เพียงแค่กดปุ่มเริ่มเดิน เสียงหัวเราะคิกคักกับบทสนทนาจากสองหนุ่มกล้ามโตโต๊ะข้างๆ ก็ลอยเข้าหูเข้าอย่างจัง
"ดูหมอนั่นดิ ใส่เสื้อยืดตลาดนัดมาเล่นยิมหรูขนาดนี้ได้ไงวะ?" หนุ่มเสื้อกล้ามดำกะพริบตาให้เพื่อน "เห็นสแกนบัตรทดลองเล่นฟรีเข้ามาน่ะ ของฟรีก็งี้แหละ ไม่รู้เรื่องอุปกรณ์อะไรสักอย่าง ดูสายพานก็วิ่งผิดทรง" อีกคนตอบพร้อมหัวเราะหึๆ ในคอ
คำพูดเหล่านั้นเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงลงบนความมั่นใจอันน้อยนิดของอนาวิน หน้าของเขาร้อนผ่าว มือไม้เริ่มเกะกะไปหมดจนทำตัวไม่ถูก จังหวะนั้นเอง หนุ่มกล้ามโตเดินเข้ามาทักพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง
"น้องๆ เพิ่งเคยมาใช่ไหม? วิ่งสายพานมันไม่ได้กล้ามหรอก มาลองเบนช์เพรสหน่อยไหม ล่าสุดคนก่อนหน้าเพิ่งใส่น้ำหนักไว้พอดีๆ เลย"
อนาวินที่กำลังรนรานและอยากสลัดความอับอาย พยักหน้ารับคำชวนอย่างว่าง่าย เขาเดินตามไปนอนลงบนเบาะเบนช์เพรส มองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าแผ่นเหล็กที่เสียบอยู่สองข้างมันหนักเกินกว่ามือใหม่อย่างเขาจะรับไหว หนุ่มกล้ามโตช่วยประคองบาร์เบลล์ขึ้นให้ จากนั้นก็ปล่อยมือทันทีพร้อมยักไหล่
"เอ้า ลองยกดู!"
ความหนักอึ้งมหาศาลกดทับลงมาทันที! แขนของเขา สั่นพั่บๆ ความกลัวทะลักทะล้น แรงแขนเด็กหนุ่มไร้การฝึกฝนทนไม่ไหวอีกต่อไป บาร์เบลล์เหล็กกล้าค้างเติ่งอยู่กลางอากาศเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะทอดตัวร่วงลงมาหมายจะกระแทกเข้าที่ใบหน้า เขาหลับตาปี๋ด้วยความตกใจสุดขีด
เคร้ง!
แรงลมปะทะใบหน้าเบาๆ แต่กลับไม่มีความเจ็บปวดใดๆ เกิดขึ้น เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
มือเรียวสวยแต่กุมแน่นด้วยความมั่นคงสองข้างกำลังจับคานบาร์เบลล์นั้นไว้แน่น หญิงสาวในชุดสปอร์ตบราสีมินิมอลกับผมทรงหางม้าพริ้วไหว ยืนคร่อมอยู่เหนือเบาะนอนของเขา แสงไฟนีออนด้านหลังสะท้อนเรือนผมของเธอจนดูเหมือนมีออร่าเปล่งประกาย หยาดเหงื่อผุดซึมตามกรอบหน้าสวยคม และดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังจ้องมองลงมาที่เขาด้วยความห่วงใย
"เป็นอะไรไหมคะ?" เสียงนุ่มแต่ทรงพลังของเธอเอ่ยขึ้น ก่อนจะออกแรงยกบาร์เบลล์หนักอึ้งนั้นกลับขึ้นไปวางบนแท่นวางอย่างง่ายดายดั่งปาฏิหาริย์
เธอดึงแขนของเขา ให้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมหันไปมองหน้าสองหนุ่มตัวป่วนด้วยสายตาดุจัดจนพวกนั้นต้องรีบหลบตาและเดินหนีไป อนาวินนั่งค้างอยู่บนเบาะ หัวใจเต้นแรงระส่ำจนแทบทะลุนอกอก ไม่ใช่แค่เพราะความกลัวจากอุบัติเหตุเมื่อครู่... แต่เป็นเพราะใบหน้าของหญิงสาวที่ยังคงอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่นิ้ว
"มือใหม่ไม่ควรเล่นน้ำหนักขนาดนี้นะคะ มันอันตรายมาก" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ความเปียกปอนจากเหงื่อ ชุดย้วยๆ ความขี้แพ้ และสายตาของคนทั้งยิมที่เริ่มหันมามองจับจ้อง... ความรู้สึกอับอายและทำตัวไม่ถูกสลักลึกเข้ามาในใจของเขาอย่างจัง เขาเลิกลั่ก มองหน้าหญิงสาวตรงหน้าพลันสลับไปมองที่พื้นห้อง
"ขะ... ขอบคุณครับ!"
อนาวินตะกุกตะกักพูดออกไปคำเดียว ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่าของตัวเองขึ้นมาสะพาย แล้วหมุนตัววิ่งพรวดพราดออกจากยิมไปทันที ทิ้งให้หญิงสาวยืนมองตามหลังชายหนุ่มปริศนาในชุดย้วยด้วยความประหลาดใจและรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก
เสียง "ติ๊ด!" จากเครื่องสแกนบาร์โค้ดดังขึ้นเป็นระยะท่ามกลางบรรยากาศแอร์เย็นฉ่ำของร้านสะดวกซื้อใกล้มหาวิทยาลัย อนาวินในชุดยูนิฟอร์มพนักงานกำลังยืนยิ้มค้าง มือสแกนสินค้าไปตามสัญชาตญาณ แต่นัยน์ตากลับเหม่อลอยไปไกลแสนไกล
ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ภาพใบหน้าสวยคม และฉากที่เธอช่วยรับบาร์เบลล์หนักอึ้งไว้ได้แบบฉากหนังแอ็กชันโรแมนติก พอคิดถึงตอนที่ตัวเองทำตัวเลิกลั่กแล้วรีบโกยอ้าวหนีออกมา ก็รู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี แต่พอคิดอีกที... เขายังไม่ได้เอ่ยปากขอบคุณเธอดีๆ เลยสักคำ
'ถ้าเจออีกครั้ง จะกล้าเข้าไปทักไหมนะ? หรือเธอจะมองว่าเราเป็นไอ้ขี้แพ้ไปแล้ว หรือว่าจะซื้อเครื่องดื่มโปรตีนไปขอบคุณดี...' อนาวินสับสนตีกับตัวเองในหัวอย่างหนักจนเผลอนิ่งค้างไป
"เฮ้ยไอ้วิน! ถุงนี้ของลูกค้า สแกนซ้ำสองรอบแล้วมั้งนั่น!"
เอก เพื่อนสนิทร่างท้วมในชุดพนักงานแบบเดียวกันสะกิดแขนอนาวิน เบาๆ เพื่อเตือนสติ พลางยักคิ้วดึงถุงขนมออกจากมือเพื่อน
"เหม่ออะไรของแกวะ ตั้งแต่มาเข้ากะก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำหน้าเหมือนคนโดนตก ทำงานก่อนครับเพื่อน เดี๋ยวผู้จัดการก็ทึ้งหัวเอาหรอก" เอกแซวพร้อมก้มหน้าก้มตาจัดของใส่ถุง
"เปล่าสักหน่อย..." เขาพึมพำ แก้ตัวเสียงเบา
จังหวะนั้นเอง เสียงประตูอัตโนมัติก็ดังขึ้นพร้อมลมร้อนจากข้างนอก อนาวินหันไปมองตามสัญชาตญาณ และหัวใจของเขาก็แทบจะหยุดเต้นไปอีกรอบ
สาวหน้าคุ้นในชุดลำลองสุดเท่กำลังเดินตรงมายังเคาน์เตอร์ ในมือของเธอมีอกไก่ปั่น ขนมปังโฮลวีต และนมโปรตีนสูงจำนวนมากวางลงบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าเขาพอดี เธอกระพริบตามองชายหนุ่มตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะฉายรอยยิ้มสดใสออกมา