ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
ท่ามกลางสายฝนพรำบนถนนทางหลวงสายหลัก จังหวะไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกับจังหวะหัวใจของ ชายหนุ่มที่กระตุกวูบ เขาแตะเบรกอย่างนิ่มนวลเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับก้อนขนสีขาวมอมแมมที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ตรงเกาะกลางถนน สุนัขพันธุ์ซามอยด์ตัวใหญ่แต่ดูหมดแรงกำลังมองจ้องมาทางรถด้วยสายตาเว้าวอน ‘โปรด’ ที่มีอาชีพเป็นกรูมเมอร์ช่างตัดขนสุนัขมากฝีมือไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาเปิดไฟฉุกเฉิน ก้าวลงจากรถพร้อมร่มหนึ่งคันและขนมชิ้นเล็กในกระเป๋า
"ไงเจ้าตัวเล็ก... ไปไงมาไงล่ะเนี่ย"
เสียงนุ่มอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มจริงใจทำให้เจ้าซามอยด์แสนรู้ยอมก้าวเข้ามาหาอย่างง่ายดาย โปรดอุ้มก้อนขนหนักอึ้งขึ้นรถ สัมผัสได้ถึงหัวใจดวงน้อยที่เต้นระสั่น เขาพาเจ้าฟูตัวนี้กลับไปยังร้านตัดขนสุนัขของเขา ซึ่งตั้งอยู่ในโซนสัตว์เลี้ยงของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เขาบรรจงอาบน้ำ ตัดแต่งขนที่พันกันยุ่งเหยิง และดูแลบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ให้อย่างพิถีพิถัน จากก้อนขนมอมแมมเปลี่ยนเป็น 'ก้อนเมฆเดินได้' สดใส ร่าเริง และติดเขางอมแงม โปรดตั้งชื่อชั่วคราวให้เจ้าตูบนี้ว่า ‘ชิโร่’ และเลี้ยงดูมันไป-กลับระหว่างบ้านกับร้านตัดขนสุนัขต่อมาอีกเกือบเดือนหนึ่ง
กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เขานั่งไถฟีดโซเชียลมีเดียพักสายตาหลังเลิกงาน โพสต์หนึ่งก็สะดุดตาอย่างจัง—รูปภาพของสุนัขซามอยด์ตัวเดียวกัน พร้อมข้อความตามหาด้วยความสิ้นหวังจากเพจอินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังที่มีผู้ติดตามหลักแสน
‘ใบบัว’ คือชื่อของเธอ หญิงสาวหน้าตาน่ารักสดใส รอยยิ้มของเธอในรูปภาพทำให้หัวใจของชายนหนุ่มเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ และสุนัขตัวนี้ก็คือ ‘ปุย’ สุนัขแสนรักที่เธอตามหามาตลอดหลายสัปดาห์
โปรดให้แอดมินของร้านกรูมมิ่งติดต่อไปเพื่อยืนยันตัวน้องหมาด้วยคลิป และรูปถ่าย หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่ผิดแน่นนอน จึงได้ทำการนัดหมายกันต่อไป
การนัดส่งมอบตัว ชิโร่ หรือ ปุย นั้นจัดขึ้นที่ลานกิจกรรมของห้างสรรพสินค้าหน้าร้านกรูมมิ่ง ทันทีที่ใบบัวเดินเข้ามาใกล้ชิโร่ก็เห่าเสียงใสแล้ววิ่งกระโจนเข้าหาเธอด้วยความดีใจ เธอโผเข้ากอดสุนัขของเธอทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะผสมเสียงสะอื้นของเธอเป็นภาพที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่โปรด เคยเห็นมาในชีวิต เขามองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มแฝงความอาลัยอาวรณ์
"ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ ถ้าไม่ได้คุณพี่ คงไม่ได้เจอปุยอีกแล้ว" เธอเงยหน้าขึ้นมาพูดกับแอดมินของร้านกรูมมิ่ง ดวงตากลมโตยังคงมีหยดน้ำตาเกาะพราว รอยยิ้มจริงใจของเธอทำให้โลกของโปรดเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ก่อนพี่แอดมินร้านจะชี้ตรงมาที่โปรดว่าเป็นคนที่เจอน้องหมาและอุปการะเอาไว้ต่างหาก
ใบบัวเดินจูงปุยเข้ามาหาโปรด และคว้ามือเขาแบบไม่ทันตั้งตัวพร้อมพูดขอบคุณเสียงดังอีกครั้ง
โปรดฉุกตั้งตัวได้แล้วพูดตอบไปว่า "ด้วยความยินดีครับ... ปุยเป็นเด็กดีมากเลย" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ก่อนที่บรรยากาศหวานละมุนจะดำเนินต่อ ชายหนุ่มร่างสูงแต่งตัวดีก็เดินเข้ามาแทรกยืนข้างเธอพร้อมยกมือขึ้นโอบไหล่แสดงความเป็นเจ้าของ สายตาที่ ‘คริส’ แฟนหนุ่มของใบบัวมองมายังโปรด และร้านตัดขนสุนัขเต็มไปด้วยความระแวดระวังและจงใจเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน
"ขอบคุณมากครับช่าง พอดีพวกเราต้องรีบไปทำธุระต่อ งั้นขอตัวก่อนนะ" พ่อหนุ่มที่แสดงออกอย่างชัดเจนตัดบทอย่างเสียไม่ได้ พร้อมกับดึงสายคล้องของปุย ไปถือไว้เอง
โปรดชะงักไปเล็กน้อย สายตาเรียบเฉยแต่แฝงความเหินห่างของชายหนุ่ม ทำให้เขาตระหนักถึงสถานะของตัวเองทันที เขาเกรงใจและไม่อยากทำให้ใบบัว ต้องลำบากใจกับสายตาของคนรัก จึงทำได้เพียงยิ้มรับและก้มลงลูบหัวชิโร่ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย
"อย่าหนีออกจากบ้านอีกนะลูก"
หลังจากวันนั้น ความเงียบเหงาเข้ามาปกคลุมร้านตัดขนสุนัข โปรดมองเก้าอี้ตัวโปรดที่ชิโร่ เคยใช้นอนรอเขาทำงานด้วยความรู้สึกว่างเปล่า แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ถึงเพจโซเชียลมีเดียของปุย ที่ใบบัวมักจะโพสต์รูปอัปเดตชีวิตประจำวัน
โปรดกดเข้าไปที่หน้าเพจ นิ้วมือค้างอยู่ที่ปุ่ม 'Follow' อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดติดตาม เขาไม่ได้ต้องการจะแทรกแซงชีวิตใคร แต่ขอแค่ได้เห็นความน่ารักของปุย และ... รอยยิ้มของเจ้าของเพจผ่านหน้าจอแบบนี้ก็พอแล้ว
นิ้วเรียวแตะเปิดรูปภาพล่าสุดที่ใบบัวเพิ่งโพสต์คู่กับปุย ยิ้มสดใสแข่งกับแสงแดดยามเย็น โปรดค่อยๆ คลายรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว มือแตะที่อกข้างซ้ายซึ่งกำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เขารู้ดีว่ามันคือความอบอุ่นที่มาพร้อมกับความหวิวไหว—ความรู้สึกของคนที่ทำได้เพียง 'แอบรัก' และเริ่มตกหลุมรักทั้งเจ้าของและสุนัขตัวนั้นผ่านโลกออนไลน์เข้าให้แล้วอย่างถอนตัวไม่ขึ้น