ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
แสงไฟจากวงแหวนสตูดิโอ (Ring Light) สะท้อนวิบวับอยู่ในดวงตากลมโตของ ‘อานิ’ สาวน้อยวัยสิบหกปีผู้ครอบครองเรือนผมยาวสลวยและรอยยิ้มพิมใจ หน้าจอสมาร์ตโฟนเครื่องหรูบนขาตั้งกำลังฉายยอดผู้ติดตามในบัญชี Instagram ที่พุ่งสูงถึงหกแสนสามหมื่นคน สำหรับเด็กมัธยมปลายในโรงเรียนเอกชนชื่อดัง ยอดตัวเลขนี้ไม่ต่างอะไรกับมงกุฎที่มองไม่เห็น อานิคือไอคอนของความเพอร์เฟกต์ เป็นสาวมั่น ไลฟ์สไตล์ดี แต่งตัวเก่ง และไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็มักจะกลายเป็นเทรนด์ให้เพื่อนๆ ในโรงเรียนทำตามเสมอ
มือเรียวสวยเลื่อนผ่านหน้าจอเพื่อตอบรับข้อความและอ่านคอมเมนต์จากบรรดาแฟนคลับด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วนิ้วสะดุดลงตรงการแจ้งเตือนเดิมๆ ที่เห็นจนชินตาตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา
บัญชีผู้ใช้ปริศนาโปรไฟล์สีเทาไร้รูปถ่ายที่ใช้ชื่อว่า @Sunflower_00 ไม่เคยพิมพ์ข้อความยาวเหยียด ไม่เคยฝากร้าน และไม่เคยส่งข้อความคุกคาม มีเพียงสิ่งเดียวที่แอ็กเคานต์นี้ทำเป็นประจำทุกครั้งที่อานิโพสต์รูปภาพหรือลงสตอรี่...
นั่นคือการคอมเมนต์ด้วยสติกเกอร์และอีโมจิสองรูปเสมอ
🌻 ☀️
ดอกทานตะวันหนึ่งดอก กับพระอาทิตย์หนึ่งดวง
"ส่งมาได้ทุกวัน ไม่เหนื่อยหรือไงนะ..." อานิพึมพำกับตัวเอง ยิ้มขำๆ ให้กับความสม่ำเสมอขั้นสุดยอดนั้น เธอไม่ได้ตอบกลับ แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่า ทุกครั้งที่เห็นอีโมจิสองตัวนี้ขึ้นบนหน้าจอ มันสร้างความอบอุ่นประหลาดๆ ขึ้นในหัวใจ ราวกับมีใครบางคนคอยเฝ้ามองเธอด้วยความหวังดีอยู่ห่างๆ เสมอ
แต่น่าเสียดาย... ที่โลกของโซเชียลมีเดียมักจะพลิกผันราวกับรถไฟไต่ความเร็วสูง
เพียงแค่ข้ามคืน ฝันหวานของอานิก็พังทลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว!
ข่าวใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วโซเชียลและกลุ่มไลน์ของโรงเรียนราวกับไฟลามปะทุ แบรนด์เซรั่มหน้าใสยี่ห้อหนึ่งที่อานิเคยรับรีวิวเมื่อสี่เดือนก่อน ถูกอย. และเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าทลายโรงงานผลิตเนื่องจากใส่สารสเตียรอยด์และสารปรอทเกินมาตรฐานอย่างรุนแรง มีผู้ใช้จริงหลายรายเกิดอาการแพ้หนักจนหน้าพัง และหนึ่งในนั้นก็คือผู้ใช้ที่ออกมาโพสต์ประจานพร้อมแปะรูปที่อานิถือขวดเซรั่มยิ้มแป้นอยู่หน้ากล้อง
‘อินฟลูฯ ม.ปลายชื่อดัง เห็นแก่เงิน! รีวิวครีมมีสารพิษทำคนอื่นหน้าพัง!’
หัวข้อข่าวเด่นหราบนเพจแฉชื่อดัง ตามมาด้วยทัวร์ลงมหาศาล ยอดผู้ติดตามหกแสนกว่าลดวูบลงวันละเป็นหมื่นๆ คอมเมนต์ด่าทอเพียบจนแทบอ่านไม่ได้ อานิพยายามอัดคลิปชี้แจงและขอโทษด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าเธอทดลองใช้เพียงสัปดาห์เดียวแล้วไม่แพ้ จึงรับงานโดยไม่ทราบจริงๆ ว่าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และยินดีเยียวยาผู้เสียหายร่วมกับทางแบรนด์ แต่ดูเหมือนในโลกออนไลน์ ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจะกลายเป็นตราบาปที่สลักลึกเกินแก้
และที่แย่ไปกว่านั้น... โลกความจริงที่โรงเรียนก็ไม่ต่างจากนรกจำลอง
"อุ๊ย... หลบเร็วแก คนดังเดินมาแล้ว เดี๋ยวโดนป้ายเซรั่มหน้าพังไม่รู้นะ"
เสียงหัวเราะคิกคักจากกลุ่มนักเรียนหญิงตรงระเบียงอาคารเรียนดังผ่านหู อานิสูดหายใจเข้าลึกๆ ก้มหน้าก้มตาเดินกอดสมุดโน้ตแน่น จากสาวฮอตที่เคยมีแต่คนเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูป วันนี้กลับกลายเป็นคนที่ทุกคนมองด้วยสายตากระแนะกระแหน บางคนถึงขั้นตั้งใจเดินชนไหล่เธอจนหนังสือร่วงพื้น
"เฮ้ย เดินมองทางหน่อยดิ" เสียงห้าวทุ้มดังขึ้น อานิเงยหน้ามองด้วยความตกใจ คนที่ยืนค้ำหัวเธออยู่คือ ‘เดรค’ กองหน้าสุดฮอตประจำทีมฟุตบอลของโรงเรียน รูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีน้ำผึ้งเข้ม และมีรอยยิ้มกวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ เดรคก้มลงเก็บสมุดให้เธอด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตาคู่คมนั้นกลับมองเธอด้วยความขบขัน "ช่วงนี้ตกอับจนไม่มีแรงเดินเหรอครับคุณอานิ ให้ผมช่วยอุ้มไปส่งห้องไหม?"
"ไม่ต้อง! ฉันเดินเองได้" อานิคว้าสมุดคืนมาทันควัน ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ในใจจะอยากร้องไห้เต็มที
"หึ ใจร้อนเหมือนเดิม วันหลังถ้าอยากรีวิวอะไร ถามนักกีฬาสุขภาพดีอย่างฉันก่อนก็ได้นะ ฟรี... ไม่คิดเงิน" เดรคยักคิ้วให้หนึ่งที ก่อนจะเลี้ยงลูกฟุตบอลวิ่งจากไปพร้อมกลุ่มเพื่อนที่หัวเราะร่า
อานิถอนหายใจยาวเหยียด เดินหลบผู้คนเข้าไปในห้องชมรมวิชาการที่เงียบสงบ หวังว่าจะได้พักสายตาและจิตใจที่บอบช้ำ แต่ทว่าในห้องนั้นกลับมี ‘ชีวิน’ หนุ่มหล่อระดับคิวต์บอยประจำโรงเรียน นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโต๊ะยาวริมหน้าต่าง แสงแดดรำไรตกกระทบสันจมูกคมได้รูปของเขาจนดูเหมือนฉากในซีรีส์เกาหลี
ชีวินละสายตาจากหนังสือเล่มหนา หันมามองอานิที่เดินหน้ามุ่ยเข้ามา เขาส่งรอยยิ้มอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์มาให้ พร้อมกับเลื่อนแก้วน้ำส้มเย็นฉ่ำมาตรงหน้าเธอ
"ดื่มน้ำก่อนสิอานิ หน้าตาดูเหนื่อยๆ นะช่วงนี้"
"ขอบใจนะชีวิน..." อานิเอ่ยเสียงเบา รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่หนุ่มเพอร์เฟกต์อย่างเขายังคงปฏิบัติต่อเธอเหมือนเดิม ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเหมือนคนอื่น
"เรื่องข่าว... ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ คนเราผิดพลาดกันได้ เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง" ชีวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล มือเรียวยาวสวมนาฬิกาเรือนหรูเอื้อมมาแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ "ถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกฉันได้ตลอดเลยนะ"
ความอ่อนโยนของชีวินทำให้หัวใจที่เหี่ยวเฉาของอานิพองโตขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยอะไรต่อ ประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘เอื้อ’ ประธานนักเรียนรุ่นพี่ ม.6 ผู้แสนดีและเป็นที่รักของทุกคน เอื้อเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม ในมือถือเอกสารกองโต
"อ้าว อานิ มาอยู่นี่เอง" เอื้อส่งรอยยิ้มใจดีให้ "พี่กำลังจะไปช่วยอาจารย์ตรวจงาน พอดีเห็นเราดูเครียดๆ เลยอยากมาบอกว่า เรื่องในโซเชียลอย่าไปโฟกัสมากเลยนะ คนที่รู้จักอานิจริงๆ เขารู้ว่าอานิไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอก เข้มแข็งไว้นะครับ"
พี่เอื้อพูดจบก็ยกมือขึ้นลูบหัวอานิเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ราวกับเธอเป็นน้องสาวตัวน้อยๆ ก่อนจะขอตัวเดินออกไปทำงานต่อ
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อานิเจอกับสามหนุ่มตัวท็อปของโรงเรียนที่มีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว เดรค-นักกีฬาสายกวน, ชีวิน-หนุ่มหล่อแสนอบอุ่น, และ พี่เอื้อ-รุ่นพี่ประธานนักเรียนสุดไมโครเวฟ ทั้งสามคนทำให้อารมณ์ของเธอแกว่งไปมาเหมือนรถไฟแล่นบนรถไฟไต่ถัง!
ตกดึก ณ ห้องนอนสีพาสเทลของอานิ
ทัวร์ในโลกออนไลน์ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง คอมเมนต์ส่อเสียดและข้อความด่าทอใน DM ยังคงเด้งเข้ามาไม่หยุด อานินั่งขดตัวอยู่บนเตียงกอดหมอนข้างแน่น น้ำตาเม็ดโตไหลหยดลงบนหน้าจอสมาร์ตโฟน ความรู้สึกนึกคิดพรั่งพรูไปด้วยความท้อแท้และสิ้นหวัง เธอเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบหกปีที่ต้องมารับแรงกระแทกจากสังคมมากขนาดนี้ มันหนักหนาเกินกว่าจะรับไหวจริงๆ
‘หรือเราควรจะปิดบัญชีนี้ไปเลยดีนะ...’ นิ้วเรียวลังเลอยู่ตรงปุ่มลบแอ็กเคานต์
แต่แล้ว... เสียงการแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น!
Notification: @Sunflower_00 sent you a message.
อานิขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ปกติแล้ว @Sunflower_00 จะคอมเมนต์แค่อีโมจิใต้โพสต์เท่านั้น ไม่เคยส่งข้อความส่วนตัว (DM) มาหาเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
มือเล็กกดเข้าไปดูข้อความใน DM ทันที
[@Sunflower_00]: "ก้อนเมฆอาจจะบังแสงแดดได้ชั่วคราว แต่มันไม่มีวันทำให้พระอาทิตย์หายไปจากท้องฟ้าหรอกนะ... อย่ายอมแพ้นะเจ้าทานตะวันต้นน้อย"
[@Sunflower_00]: 🌻 ☀️
อานิจ้องมองข้อความบนหน้าจอตาไม่ปะกริบ หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวและบอบช้ำพลันเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างรุนแรง ประโยคนี้... คำพูดแบบนี้...
"ก้อนเมฆบังแสงแดด... เจ้าทานตะวัน..." อานิพึมพำกับตัวเอง ประโยคนี้มันคุ้นหูอย่างประหลาด! มันไม่ใช่คำคมโหลๆ ที่หาอ่านได้ตามอินเทอร์เน็ต แต่มันเป็นคำพูดที่มีจังหวะและน้ำเสียงเฉพาะตัวมากๆ เหมือนเธอเคยได้ยินใครบางคนพูดประโยคทำนองนี้ใส่หูเธอมาก่อนในอดีต แต่สมองเจ้ากรรมดันนึกไม่ออกว่าเกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อไหร่!
ความตื่นเต้นและสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นเริ่มตีรวนขึ้นมาแทนที่ความเศร้า อานิสลัดความร้องไห้ทิ้งไปทันที สวมวิญญาณเป็น ‘นักสืบออนไลน์’ เต็มตัว!
"แกเป็นใครกันแน่เนี่ย @Sunflower_00!"
อานิรีบกดเข้าไปเช็กโปรไฟล์ของ B (@Sunflower_00) อย่างละเอียดทันที
• ผู้ติดตาม: 12 คน
• กำลังติดตาม: 1 คน (ซึ่งก็คือ อานิ!)
• โพสต์: 0 โพสต์
• ไบโอ: ว่างเปล่า
"ไร้ร่องรอยสุดๆ!" อานิบ่นอุบ แต่คนอย่างอานิไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอเริ่มใช้สกิลอินฟลูเอนเซอร์ที่สะสมมา วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Insights) ของข้อความและเวลาการส่ง
ข้อความถูกส่งมาเมื่อเวลา 22:47 น. นั่นหมายความว่า B ต้องเป็นคนที่ยังไม่นอน และประโยคที่ใช้... มันดูเหมือนคำพูดของคนที่รู้จักตัวตนจริงๆ ของเธอ ไม่ใช่แค่ติดตามเธอในฐานะอินฟลูฯ!
อานินั่งนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้และผู้ชายสามคนที่เข้ามาทักทายเธอ...
ข้อสงสัยที่ 1: ชีวิน หนุ่มหล่ออบอุ่นที่ยิ้มให้เธอในห้องชมรม เขาใช้คำพูดนุ่มนวลและให้กำลังใจเธอคล้ายกับข้อความนี้มาก! แถมชีวินยังเป็นคนละเอียดอ่อน ชื่นชอบการอ่านหนังสือวรรณกรรม แปลกไหมล่ะถ้าเขาจะพิมพ์ประโยคเปรียบเปรยลึกซึ้งแบบนี้ได้?
ข้อสงสัยที่ 2: เดรค นักกีฬาฟุตบอลสายกวน แม้ปากจะบอกว่ากวนประสาท แต่เดรคคือคนที่เดินเข้ามาทักเธอเป็นคนแรกในวันที่ทุกคนเดินหนี! แถมเวลาที่เดรคส่งซ้อมฟุตบอลเสร็จช่วงค่ำๆ ก็น่าจะประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ หรือเปล่า? ที่สำคัญ... เดรคชอบใส่เสื้อซ้อมสีเหลืองสดเหมือนสีของดอกทานตะวันไม่มีผิด!
ข้อสงสัยที่ 3: พี่เอื้อ ประธานนักเรียนสุดแสนดี คนที่ลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู พี่เอื้อเป็นคนที่คอยดูแลทุกคน และมักจะมีคำพูดคำจาที่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจเสมอ ประโยค 'เจ้าทานตะวันต้นน้อย' มันดูเป็นคำพูดที่ผู้ใหญ่อย่างรุ่นพี่ ม.6 จะใช้เรียกเด็ก ม.4 อย่างเธอมากที่สุดไม่ใช่หรือไง?!
"โอ๊ย! ปวดหัว! จะเป็นใครในสามคนนี้กันแน่เนี่ย!" อานิเกาหัวจนผมยุ่งเหยิง ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ยิ่งสงสัยหัวใจก็ยิ่งเต้นแรงอย่างน่าประหลาด ความอบอุ่นจากข้อความสั้นๆ นั้นลบล้างความเจ็บปวดจากคดีความและคำด่าทอไปจนหมดสิ้น
แต่แล้ว... ในขณะที่อานิกำลังเลื่อนหน้าจอลงมาเพื่ออ่านข้อความของอีกครั้ง นิ้วของเธอก็ต้องชะงักกึก!
ดวงตากลมโตขยายกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเธอสังเกตเห็น 'เงื่อนงำบางอย่าง' ในข้อความที่เธอละเลยไปในทีแรก!
ตรงมุมล่างของข้อความที่ Sunflower ส่งมา มีการกดส่งสติกเกอร์รูปดอกไม้ 🌻 แต่รูปสติกเกอร์ทานตะวันอันนั้น... มันไม่ใช่สติกเกอร์มาตรฐานของ Instagram! แต่มันเป็นสติกเกอร์เซตพิเศษที่เป็น ลายเส้นวาดมือ ซึ่งมีรายละเอียดตรงกลีบดอกไม้ที่มีรอยแหว่งเล็กๆ ฝั่งซ้ายมือ!
และรอยแหว่งตรงกลีบดอกไม้นั้น... มันเหมือนกับ ลายเส้นสติกเกอร์ที่เคยมีคนวาดเล่นลงในสมุดโน้ตวิชาศิลปะของเธอตอน ม.ต้น ไม่มีผิดเพี้ยน!
สติกเกอร์ลายเส้นนี้... มีแค่คนคนเดียวในโลกเท่านั้นที่วาดมันขึ้นมา!
"เป็นไปไม่ได้..." อานิอ้าปากค้าง หัวใจเต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก มือไม้เริ่มสั่นด้วยความตื่นเต้น " S.ไม่ใช่แค่ผู้ติดตามทั่วไป... แต่รู้จักเรามาตั้งแต่สมัยโน้นแล้วงั้นเหรอ?!"
คำถามมากมายพุ่งชนเข้ามาในหัว S.คือใครกันแน่? แล้วทำไมต้องซ่อนตัวอยู่หลังหน้าจอมาตลอดครึ่งปี? ที่สำคัญ... รู้เรื่องในอดีตของเธอมากแค่ไหนกันแน่?!
อานิจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบอยู่ในความมืด ความเศร้าโศกจากเรื่องดราม่าหายไปสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความปรารถนาเดียวที่สว่างไสวอยู่ในใจ... เธอจะต้องลากคอ 'นาย Sunflower' ปริศนาคนนี้ออกมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องพลิกโรงเรียนหาเลยก็ตาม!