ตอนที่ 2 — [2]Freshmen Freshmen น้องใหม่ >>Aden Condo<< “นี่แกคิดดีแล้ว
หรอที่จะทำแบบนี้น่ะ”ดีลิเลี่ยนถามเพื่อนสาวที่กำลังยืนตรวจความเรียบร้อยของตนเองอยู่ที่หน้ากระจก “ทำแบบนี้น่ะดีที่สุดแล้วแก จะได้ตัดปัญหากวนใจพวกนั้นทิ้งซะที ฉันล่ะเบื่อจะแย่...ป่ะไปกันเถอะ”ณัฐจารีหันมาตอบนะเพื่อนสาวพลางเดินไปหยิบกระเป๋าก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินออกมาจากห้องเพื่อไปยังมหาวิทยาลัย Shining star >>Cherreen side<< และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่ฉันกับดีมาน้องใหม่มหาวิทยาลัย Shining star มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศไทยถึงแม้ Shining star จะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแต่ก็เป็นมหาวิทยาลัยปิดที่ต้องสอบเข้าเพื่อเป็นนักศึกษาชั้นตรีสอบติดคณะนิเทศศาสตร์ฉันกับดีเพื่อนคนนี้มีนิสัยคล้ายๆกันชอบอะไรคล้ายๆกันแถมบ้านอยู่ใกล้กันพวกเราเลยรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆจึงทำให้เราสนิทกันมากเมื่อเรารู้ว่าสอบติดมหาวิทยาลัยเราก็ขอพ่อกับแม่ย้ายไปอยู่ที่คอนโดใกล้มหาวิทยาลัยจะได้สะดวกต่อการเดินทางไปกลับและตอนนี้ฉันกับดีก็อยู่หน้าตึกคณะแล้วสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์เป็นกิจกรรมรับน้องและตอนนี้ฉันกับดีกว่ามานั่งรวมกลุ่มเพื่อนๆในคณะเรียบร้อยแล้วลืมบอกไปว่าตอนนี้แหละอยู่ในลุคใหม่ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาฉันพยายามกินให้เยอะให้ดูอ้วนขึ้นหน่อยแล้วจัดการเปลี่ยนทรงผมตัวเองด้วยการตัดหน้าม้าเต่อแล้วตอนนี้ฉันก็อยู่ในรูปแบบเห่ยๆสมใจจะได้ไม่ต้องมีคนมาจีบและจะได้ไม่มีผู้หญิงคนไหนจำฉันได้และมาตีสนิทเพียงเพราะฉันเป็นน้องสาวซุปตาร์ไงล่ะ “ดีๆ แกอย่าลืมนะว่าชั้นอยู่ที่นี่ฉันใช้ชื่อเก่าของฉันเมื่อตอนเด็กๆ กับนามสกุลเก่าของแม่”ฉันหันไปกระซิบบอกดีเบาๆเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน “ไม่ลืมหรอกน่า แกบอกฉันตั้งเป็นสิบๆรอบแล้ว จนฉันลืมชื่อจริงๆแกไปแล้วเนี่ยยัย ชารี ณิชารีย์ วัฒนานนท์” ดีตอบกลับพร้อมยัคิ้วให้ฉันแล้วจึงทวนชื่อให้ฉันฟัง “ดีมากยัยเพื่อนรัก เดี๋ยวเย็นนี้เสร็จกิจกรรมละจะพาไปเลี้ยงไอติมนะจ๊ะ”ฉันพลางยีหัวฟูๆของดีเล่น “เริ่ดมากค่ะเพื่อนรัก กำลังอยากกินไอติมอยู่พอดีเลย ว่าแต่ว่านะเลิกเล่นหัวฉันได้แล้ว”ดียิ้มก่อนจะค้อนใส่ฉันเบาๆ เพราะฉันยังคงยีหัวนางเล่นอยู่น่ะสิ “เอ่อ...ขอโทษนะคะ พอดีฉันไม่มีเพื่อนน่ะ ขอคุยด้วยคนได้ไหมคะ” และในระหว่างที่ฉันกับดีนั่งคุยเล่นกันผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งถัดจากเราเกิดขึ้นมาฉันกับดีจึงหันไปมองและยิ้มให้เธอ “ผู้หญิงคนนี้สวยมาก” นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดทันทีที่เห็นเธอ เธอมีผิวสีน้ำผึ้งกับใบหน้าคมสวยสไตล์ไทยๆ “อ๋อ ได้สิว่าแต่เธอชื่ออะไรหรอ?” ดีถามพร้อมส่งยิ้มแบบเป็นมิตรให้ผู้หญิงคนนั้น “ฉันชื่อแบมบี้จ้ะ แบมบี้ สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์ แล้วเธอล่ะ” แบมบี้ตอบก่อนจะถามฉันกับดีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ฉันชื่อดีนะ ดี ดิลิเลี่ยน อัลฟอร์ด “ ดีตอบ “ฉันชื่อชารี ณิชารีย์ วัฒนานนท์ ยินดีที่ได้รู้จักนะ “ฉันตอบพร้อมส่งยิ้มให้กับเธอ “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ้ะ แล้วนี่ดีกับชารีรู้จักกันมานานหรือยังหรอ เห็นคุยกันแบบสนิทมาก” เลยแบมบี้ถาม “อ๋อ ก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กน่ะ บ้านพวกเราอยู่ใกล้กัน แถมยังเรียนที่เดียวกันมาตลอด แล้วแบมบี้ล่ะมาคนเดียวหรอ” ฉันพลางมองไปข้างๆแบมบี้ “อืม ใช่มาคนเดียวน่ะ พอดีเพื่อนฉันติดมหาลัยอื่นกันหมดเลย ขอฉันเป็นเพื่อนกับพวกเธอได้ไหม” แบมบี้ตอบพร้อมทำท่าประหม่าเล็กน้อย “ได้แน่นอนอยู่แล้ววววว” ดีหันไปบอกแบมบี้พร้อมยิ้มกว้างให้ จากนั้นเรา 3 คนก็นั่งคุยกันเป็นตุเป็นตะเหมือนกับว่าสนิทกันมานานจนกระทั่งกิจกรรมรับน้องได้เริ่มขึ้น..... >>End of Cherrn side<< ตึ้งๆๆๆๆๆๆๆๆเสียงกลองที่ดังขึ้นเป็นจังหวะทำให้ทุกสายตาที่รวมตัวกันอยู่ที่ลานหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์หันไปรวมตัวกันยังด้านหน้าที่มีชายหญิงกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ “สวัสดีค่ะน้องๆ ยินดีต้อนรับน้องๆทุกคนเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะนิเทศศาสตร์ของเรานะคะ แต่ก่อนที่น้องๆจะได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะน้องๆทุกคนจะต้องผ่านกิจกรรมรับน้องไปให้ได้ก่อน ซึ่งสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์จะเป็นการรับ น้องของคณะเรา เพราะฉะนั้นน้องๆทุกคนจะต้องเข้าร่วม โดยจุดประสงค์หลักของการรับน้องในครั้งนี้เพื่อให้น้องๆได้รุ้จักกัน ได้พบปะเพื่อนใหม่ และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ พี่ชื่อพี่นท ปี3 นะคะเป็นเฮดงานรับน้องในปีนี้ หากในระหว่างกิจกรรมรับน้อง น้องๆคนไหนมีปัญหาอะไรสามารถแจ้งพี่หรือพวกพี่ๆสตาฟได้นะคะ ขอให้สนุกกับหารรับน้องค่ะขอบคุณค่ะ” ตึ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ หลังจากนทพูดจบเสียงกลองก็กระหน่ำรัวอีกครั้งพร้อมกับเสียงปรบมือของของรุ่นน้อง “สวัสดีค่ะน้องๆ พี่ขื่อแอปเปิ้ลนะคะ ข้างๆพี่นี่ชื่อตูมตาม และพี่ที่ตีกลองอยู่ตรงโน้นชื่อพี่จูเนียร์ พวกพี่อยู่ปี3นะคะซึ่งพวกพี่3 คนจะเป็นทีมงานหลักๆของกิจกรรมรับน้องในวันนี้ค่ะ” อิษฏ์อาณิกกล่าวแนะนำตัวต่อหน้ารุ่นน้องเพื่อเริ่มกิจกรรมการรับน้อง “ครับงั้นเรามาเริ่มกิจกรรมกันเลยดีกว่า เมื่อกี้ที่ตอนน้องๆเดินเข้ามาลงทะเบียนกันน้องๆคงจะได้รับป้ายชื่อกันมาแล้ว แต่ไม่ใช่ชื่อของตัวเองกันใช่ไหมครับ”พอสิ้นเสียงของยุทธนาน้องใหม่ต่างพากันก้มมองป้ายชื่อที่ห้อยคอตนเองกันเกือบทุกคน “และนั่นแหละครับคือกิจกรรมแรกของเรา พี่จะให้เวลาน้องๆ5นาที ตามหาป้ายชื่อให้เจอ ในระหว่าง5นาทีนี้พวกี่จะตีกลอง ร้อง เต้น กันไปด้วยเมื่อเสียงกลองเริ่มคือ สัญญาณการเริ่มเกมนะครับ ใครที่หาป้ายชื่อตัวเองเจอแล้วให้กลับมานั่งที่แถวให้เป็นระเบียบเหมือนนเดิม และเมื่อเสียงกลองหยุดคือหมดเวลา ใครที่ยังหาป้ายชื่อตัวเองไม่เจอจะมีบทลงโทษเล็กๆน้อยนะครับ ทราบ” ยุทธนาอธิบายกิจกรรมให้น้องใหม่ฟัง “ทราบ!!” และเมื่อได้รับคำตอบก็หันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้กรวิชญ์เริ่มตีกลอง ตึ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงกลองที่ดังขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณบอกว่าเริ่มจับเวลาแล้ว “นี่ๆ ถ้าหาซื่อใครเจอบอกกันมั้งนะ” ดีลิเลี่ยนหันไปบอกณัฐจารีกับสิรินโสพิศเพื่อตกลงกัน “โอเคๆ แยกกันหาเถอะ จะได้เร็วขึ้น” ณัฐจารีตอบดีลิเลี่ยนและสิรินโสพิศจากนั้นทั้งสามจึงแยกกันตามหาป้ายชื่อของตน เสียงกลองยังคงดังต่อไปเรื่อยๆพร้อมทั้งเสียงของรุ่นพี่ที่ร้องเต้นกันอย่างสนุกสนาน ตอนนี้น้องใหม่หลายคนก็หาป้ายชื่อของตนเจอและเริ่มกลับไปนั่งที่เดดิมกันแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงตามหาอยู่ “น้องๆที่ยังไม่เจอรีบๆกันหน่อยนะครับ ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งนาทีเท่านั้นนะครับผม“ เสียงของยุทธนาประกาศขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นน้องใหม่ที่ยังหาป้ายชื่อตนไม่เจอให้รีบหา และณั.ฐจารี ดีลิเลี่ยน สิรินโสพิศ กรกฏ วราวุธและณัฐพงศ์ ก็เป็นบุคคลในกลุ่มที่ยังคงหาป้ายชื่อตนเองไม่เจอเช่นกัน “เห้ยๆ ไอตั้มๆ ป้ายแก อยู่โน้นน่ะที่ผู้หญิงคนนั้นน่ะ” ณัฐพงศ์ชี้ไปทางป้ายชื่อของวราวุธที่อยู่ที่สิริโสพิศ “เออขอบใจมากไอดิว ไปก่อนนะเว้ย” วราวุธตอบณัฐพงศ์ก่อนจะเดินไปทางสิรินโสพิศเพื่อเอาป้ายชื่อแล้วตรงไปนั่งที่ “เย้ เจอแล้ว” สิรินโสพิศเอ่ยขึ้นเมื่อเจอป้ายของตนเองแล้ว เมื่อเธอได้ป้ายชื่อเธอจังเดินไปนั่งที่ “อยู่ไหนล่ะเนี่ยทำไมหาไม่เจอซะทีนะ” ณัฐจารีเริ่มบ่นเพราะเธอหาป้ายชื่อตนเองยังไม่เจอ แถมเวลาก็ใกล้จะหมดเต็มที “แกเจอยังเชอรี่...เอ๊ย ชารี” ดีลีเลี่ยนเดินมาหาณัฐจารีพร้อมเอ่ยถาม “ยังเลยอ่ะแก เหมือนจะเห็นของแกแว๊บๆที่ผู้ชายคนนั้นน่ะ” ณัฐจารีว่าพลางชี้ไปทางณัฐพงศ์ “เอาล่ะพี่จะนับถอยหลังกันแล้วนะครับ 10 วินาทีสุดท้าย” “ขอบใจมากนะแก รีบๆหานะเวลาจะหมดแล้วฉันไปก่อนนะ” ดีลิเลียนว่าพลางเดินไปหาณัฐพงษ์และบังเอิญป้ายชื่อของณัฐพงษ์ก็อยู่ที่ดีลิเลียนเช่นกัน “10 “เมื่อยุทธนาเริ่มนับถอยหลัง หลายคนก็เริ่มวิ่งวุ่นรีบหาป้ายชื่อของตน “เห้ย หรือว่าจะเป็นอันนั้นนะ” ณัฐจารีเหลือบไปเห็นป้ายชื่อที่ห้อยคอของกรกฎกับด้านอยู่เธอจึงจะเดินขอเข้าไปดู 9 8 7 6 ปึก “เอ้ย ขอโทษค่ะ” ณัฐจารีกล่าวขอโทษคนที่วิ่งชนกันเมื่อกี้ “ไม่เป็นไรค่ะ” อีกฝ่ายตอบกลับมา “4...3...” “เอ่อ ขอโทษนะคะ ขอดูป้ายชื่อหน่อยได้ไหม” ณัฐจารีเอ่ยขออนุญาตกรกฎ “ 2 “ กรกฏเมื่อได้ยินเสียงของณัฐจารีกฌพลิกป้ายให้ดู ณัฐจารีพยักหน้าเพื่อเป็นสัญญาณบอกว่านั่นชื่อเธอ และเขาก็เห็นป้ายชื่อของเขาอยู่ที่ณัฐจารีเช่นกันทั้งสอง จึงถอดป้ายชื่อที่ห้อยคอ “ 1” ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด เสียงนกหวีดดังขึ้น พร้อมเสียงกลองที่เงียบลง ...............................................................................................................