ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
มันเป็นงานแต่งที่หรูหราที่สุด งานแต่งของเจ้าอิงอิง ทายาทเศรษฐีพันล้านจะให้จัดชุ่ยๆ ได้อย่างไรกัน โรงแรมใหญ่โต ห้องโถงโอฬาร ริมระเบียงหินอ่อนติดทะเล ดอกกุหลาบสีชมพูพันช่อยังนับว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ช่างน่าอิจฉาจริงๆ
“ขอให้เธอจงมีความสุข” ฉันกระซิบอวยพรเจ้าสาวแสนสวย เจ้าอิงอิง เพื่อนรักที่คบกันมานานแสนนาน
“..อะ...อาเปา” อิงอิงเอ่ยตะกุกตะกัก น้ำเสียงแผ่วเบา ดวงหน้าหวานแดงซ่าน
“จะอึกๆ อักๆ ทำไมล่ะ มั่นใจในตัวเองกว่านี้หน่อยสิ” ฉันยิ้มอ่อนให้กำลังใจเธอ “อายอะไร ก็ทีกับฉันเธอยังทิ้งไปได้เลย”
บรรยากาศสงบพลัน งานแต่งเย็นเยือกดั่งไฟ เมื่อเจ้าสาวในชุดขาวผู้ควรจะงดงามที่สุดในงานนี้ กลับต้องอัพเฉาไปเพราะอาภรณ์สีดำที่ฉันสวมใส่อยู่นี้ สีใดจะข่มสีดำได้ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในงานสีชมพูชวนอาเจียนนี่ ความสิ้นหวังติดตามฉันไปเหมือนเงา มันสยบปากทุกคนที่ฉันเดินผ่านได้เป็นอย่างดี
“ขอให้เธอมีความสุขมากๆ” ฉันเอ่ยน้ำเสียงรื่นเริง “กับสามีใหม่ที่เธอแย่งมา”
เสียงฮือฮาดังก้องไปทั่วห้องโถง
“อาเปา” เธอกัดฟัน น้ำตาคลอ ดูน่ารักยิ่งนัก
“อ่า....ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันไม่รั้งคุณไว้หรอก ฉันเกลียดการใช้สิ่งของร่วมกับคนอื่นนะ” ฉันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"อาเปา.... นายมาที่นี่ได้ไง” เจ้าบ่าวหน้าตาคมคายของเพื่อนรัก อดีตเพื่อนชายที่ฉันคิดว่าเค้าคือเพื่อนรักของฉันที่ฉันรักมากที่สุด ตั้งสติได้แล้ว และนี่เป็นประโยคแรกที่เขาเอ่ยออกมา
“กว่าง เปา” ฉันแก้ “เราไม่ได้รู้จักกันดีพอที่จะเรียกกันห้วนๆ ถึงนายจะเป็นว่าที่สามีคนรักเก่าฉันก็เถอะ คุณชายเจ้าแซ่เหยียน” ช่าย คุณชายเจ้า ฉันเรียกถูกแล้ว
ชีวิตจนๆ และความรักของฉันมันไม่เพียงพอจะทำให้เธอมีความสุข หวังว่าการแต่งงานครั้งนี้จะทำให้เธอมีเงิน ให้มากมายดั่งที่หวัง ดูสิ เธอหน้าแหยแกทำไม แต่งเข้าตระกูล เจ้า นะ รวยจะตาย
“อาเปา คุณจะทำอะไร...” เธอเอื้อมมือมา จะคว้าตัวฉันแล้วลากออกไปสินะ ไม่มีทาง
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน โสโครก ตัวกินไข่อย่างเธอไม่มีสิทธิ์มาเรียกชื่อฉันด้วยซ้ำ” ไม่อยากให้ใครมาเห็นด้านชั่วร้ายของฉันหรอกนะ แต่เรื่องราวมันคงหยาบคายขึ้นตามลำดับ คนสกุล “เจ้า” ทั้งหลายและแขกเหรื่อผู้มีเกียรติที่ดูจะตกใจเช่นกัน
“อิงอิง เค้าเคยเป็นคนรักของคุณนะ เราตกลงกันได้”
“ตกลงหาพระแสงอะไร? หา ไอ้ลูกหมา” เฮอะ ผู้หญิงนอนเคียงหมอนของตัวเองอยู่แท้ๆ ยังปีนขึ้นเตียงกับเพื่อนรักของฉันได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า กว่าง เปา นายนี่มันตาถั่วจริงๆ
“อาเปา”
ผัวะ!
อากาศหนักอึ้งราวกับหลอมขึ้นจากเหล็ก
“อย่า เรียก ชื่อ ฉัน” อืม ฉันหน้ามืดไปหน่อย จำไม่ได้ว่าตบหรือต่อยหน้าอดีตเพื่อนรักไป
“ผมจะจ่ายให้” คุณชายเจ้าตะโกน เอ๊ะ ไม่เอาน่า บทนี้ฉันเป็นตัวร้ายนะ ฉันตะโกนได้คนเดียวสิ
“ห๊ะ?”
“ผมจะจ่ายให้” เขากดเสียงต่ำ เบ้าตาเริ่มเขียวช้ำ ฉันคงต่อยเข้าไป “แล้วคุณมาเป็นคู่ขาของผม”
“อะไรนะ?!” แขกผู้น่าเลื่อมใสต่างก็ส่งเสียงพึมพำกัน
“ผมกับอิงอิง เราตกลงกันไว้แล้ว อิงอิงออกหน้าเป็นภรรยาหลวง และคุณมาเป็นคู่ขาของผม อยู่บ้านด้วยกันแบบเดิมไง ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วคุณจะโวยวายให้ได้อะไรขึ้นมา?”
“.....”
“อิงอิงเป็นคุณหนู คุณก็ช่วยๆ เธอหน่อยแล้วกัน คุณน่ะจน ออกหน้าลำบาก เป็นคู่ขาก็เหมาะสมที่สุดแล้ว”
“คู่ขา โอ้ว พระเจ้า นี่ฉันอยู่ในศตวรรตที่ 21 ใช่หรือเปล่าเนี๊ยะ”
“ฟังสิ! คุณจะได้แปลนิยายแบบที่คุณชอบไง ไม่สนใจเรื่องหาเงินอีกต่อไปแล้ว ดีออกจะตาย!”
“เหยียนซีหลง คุณจะดูถูกฉันไปหน่อยแล้วมั้ง? คุณเป็นอ่องเต้หรือยังไง? แล้วฉันเป็นบ่าวอุ่นเตียงยังงั้นเหรอ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า นิยายน้ำเน่าของฉันที่ว่าแน่ ยังต้องแพ้ความหน้าด้านของคุณเลย แล้วนี่คิดยังไงเอาเรื่องทุเรศบัดซบมาพูต่อหน้าสาธารณกำนัลแบบนี้ มีสมองเอาไว้คั่นหูสองข้างเท่านั้นเหรอ”
“อาเปา”
“หุบปาก พอกันที ฉันแค่จะมาอวยพรให้พวกนายสองคนมีความสุขน่ะ ขอให้มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมืองนะจ๊ะ งดงามทั้งคู่ สมคู่ครอง ชายเกียจคร้านย่อมคู่กับหญิงคณิกา ลาก่อน!”
“อาเปา ลากตัวมันออกป๊ายยยยยย” เจ้าสาวแสนสวยชี้นิ้วกรีดร้องเสียงสูง แขกเหรื่อผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็พากันตกใจไปสิ
โดนด่าเข้าไปขนาดนั้น ยังทำตัวเหมือนดอกบัวขาว บริสุทธิ์ได้ละก็ เอารางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมไปเลย
ฉันเองไม่รอช้า ลากเท้าออกมาพร้อมเหวี่ยงเหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปรอบๆ จนถึงริมระเบียง
อา... ราตรีคิมหันต์ไร้แสง ฉันยืนรับลมทะเลโชยอ่อนมา เหล่าคู่เต้นระบำของฉันต้องย้อนกลับไปรั้งตัวเจ้าอิงอิง ผู้เป็นบ้าไปแล้ว เสียงคลื่นสาดกระทบโขดหิน ลมหวีดหวิวประสานเสียงกราดเกรี้ยวของเจ้าสาว “แก นายมารผจญ แกทำลายงานแต่งของฉัน เลวเลวเลวเลวเลวเลวเลวเลวเลวเลวเลวเลวเลว”
ความสิ้นหวังแปรเปลี่ยนเป็นความตาย
“แกทำลาย ทำลายหมดทุกอย่าง ตายซะเถอะ ไอ้สารเลว” ในมือเจ้าสาวคือปืนสั้น สองมืนไม่สั่น