ตอนที่ 1 — ตอนที่ 1
ดดดดด พี่เรียวหันมาทางนี้หน่อยซิค่ะ” เสียงกรีด๊ดังตามร่างชายคนหนึ่งที่สูงโปร่ง หน้าตาถือว่าหล่อขั้นเทพ ที่ขึ้นว่าเป็นหนุ่มเพลย?บอย และเป็นเดือนโรงเรียนแห่งนี้ ผมเดินตามระเบียงที่มีแต่สาวๆ สวยๆ คอยตามกรี๊ด ตามจีบ และตามถ่ายรูป ผมชื่อว่าเรียว อายุเจ็ดปี อยู่ไฮสคูลปีสอง ผมเดินมายังกลุ่มเพื่อนชายที่นั่งคอยผม “โห ท่านเรียวขอรับกว่าจะเดินมาถึงก็หมดพักเที่ยงกันพอดี” เพื่อนผมที่นั่งคอยผมพูดขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ได้มันอารมณ์ดีหรือว่ามันหงุดหงิด(ยังสงสัยอีกเนอะ) “ก็ช่วยไม่ได้นี่หว่า กว่าข้าจะพ้นสาวๆได้” “เออ ได้รูปหล่อ รีบกินข้าวเถอะเดียวจะไม่ได้กิน” เพื่อนผมรียดันหลังผมเพื่อที่จะไปซื้อข้าว เจ้านี่ชื่อว่ายูไดมันเป็นเพื่อนคนเดียวของผมและเป็นเพื่อนสนิทของผมด้วยเพราะไม่ค่อยมีใครอยากคจะคบกับผมหรอกเรื่องอะไรน่ะหรอ ก็เพราะผมหล่อไงล่ะ ผมเป็นเด็กกำพร้าไม่มีทั้งพ่อไม่มีทั้งแม่พ่อกับแม่ของผมหายสาปสูญไปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว สิ่งที่ผมมีคือมรดกพ่อกับแม่ที่เยอะพอที่ทำให้ผมจบปริญญาได้สบายๆเลยทีเดียว ขณะที่ผมกำลังซื้อข้าวกินอยู่นั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมกับซองจดหมายสีชมพูหวาน “พะ พะ พะ พี่เรียวคะ ชะ ชะ ช่วยระ ระ รับด้วยค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก แถมยังตื่นเต้นอีกด้วย ผมเอื้อมมือไปจับซองจดหมายสีชมพูนั้นเมื่อผมรับมาเธอผู้นั้นก็หายราวกับผี “เรียว อย่าบอกนะว่าจดหมายสารภาพรัก” สงสัยจะใช่ ทั้งสีชมพูตามฉบับคนญี่ปุ่นแล้วเธอคนนั้นยังมาให้ด้วยท่าทางตื่นเต้นอีกฉันก็เลยฟันธงได้เลยว่าจดหมายสารภาพรัก “แล้ววันนี้ได้กี่ฉบับแล้วล่ะ” ยูไดถามผมขณะที่ถือจานข้าวไปนั่งที่โต๊ะ “เก้าฉบับ” “แล้วเปิดอ่านรึยังล่ะ” “ยังขี้เกียจอ่าน ว่าแล้วผมก็เอาจดหมายยัดเข้ากระเป๋าเพราะกะว่าพอถึงบ้านแล้วจะเอาไปทิ้ง หรืออาจจะเก็บไว้เพื่อสะสมว่าในแต่ละปีหรือแต่ละเดือนผมได้จดหมายสารภาพรักกี่ฉบับ “แกมันก็เป็นซะแบบนี้ได้จดหมายกี่ฉบับก็ไม่เคยอ่านมันถึงได้ไม่มีแฟนสักที” เจ้ายูไดพูดพร้อมกับยัดข้าวเข้าปากอย่างหมั่นไส้ “ใครจะยอมมีแฟน ถ้าฉันมีแฟนมีหวังแฟนคลับของฉันได้ลดลงนะซิ” “ก็เพราะแกคิดแบบนี้ไงล่ะ แกรู้มั้ยว่าแกทำร้ายผู้หญิงพวกนี้มาเท่าไรแล้วแกไม่รู้บ้างเลยรึไง ระวังเถอะแกจะได้รับบทลงโทษ” “บทลงโทษยังไงว่ะ แบบว่าฉันไม่มีทางเจอรักจริงหรือฉันไม่มีทางมีความรักได้” “เออ สาธุขอให้แกเจอก็แล้วกัน” เจ้ายูไดกินข้าวอย่างรวดเร็วเหมือนกับว่ามันอยากจะรีบกินแล้วก็รีบหนีผมไป เมื่อผมทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาเข้าเรียนซึ่งผมเองก็ไม่ได้เปิดซองจดหมายอ่านเลย ตั้งเก้าฉบับใครมันจะอ่านไหวละ ผมเดินเข้าห้องมาพร้อมกับเจ้ายูไดแน่นอนว่าผู้หญิงในห้องต่างพากันมองมายังผมทั้งนั้น แถมพากันกรี๊ดซะ ผมไม่รู้ว่าทำไมผู้หญิงพวกนี้ถึงยังได้กรี๊ดผมนะทั้งๆที่พวกเธอโชคดีขนาดไหนที่ได้อยู่ห้องเดียวกับผม(หลงเอง) ผมโค-ตะ-ระ จะเบื่อกับการมานั่งเรียนในห้องสี่เหลี่ยมนี่จริๆ ผมจะเบื่อเป็นสองเท่าเมื่อจะต้องมานั่งเรียนวิชาภาษาไทยนี่แหละ ไอ้ผมเองก็ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจะต้องมาเรียนวิชาภาษาไทยด้วยทั้งที่เป็นภาษาบ้านเราเองแท้ๆ กว่าจะหมดคาบก็เล่นจะหลับอยู่เหมือนกัน เมื่อครูเดินออกจากห้องเจ้ายูไดก็สะกิดผม “เฮ้ย เรียววันนี้ไปคาราเกะกันเถอะ เห็นว่ามีร้านเปิดใหม่ด้วย “หลังเลิกเรียนนี่น่ะหรอ” “ใช่แล้วล่ะ” “โอย กว่าจะได้ไปต้องรอให้จบอีกสองคาบ แถมยังเป็นวิชาเคมีอีกด้วย ฉันละอยากโดดชะมัด” เอาน่าทนไปก่อน จะได้ไปปล่อยกันให้เต็มที่ไง” เจ้ายูไดยักคิ้วให้กับผมส่วนผมเองก็ได้แต่มองหน้ามันก่อนที่ทำความเคารพแล้วได้เวลาเรียนวิชาเคมีต่อไปเวลาต่อมา เฮ้ย กว่าจะเรียนเสร็จและกว่าคุณครูอันเป็นที่รักจะปล่อยเล่นเอาง่วงกันไปตามๆกัน ผมเดินลงมายังด้านล่างโดยที่พวกสาวๆพากันกรี๊ด พากันขอถ่ายรูป นี่ขนาดผมเป็นแค่เดือนโรงเรียนนะถ้าผมเป็นดาราเนี่ยไม่ถึงกับสลบเมื่อเห็นผมเลยหรอ ผมยืนคอยเจ้ายูไดอยู่ด้านล่างและคอยโบกมือให้กับสาวๆที่เดินผ่านผมไป “โทษทีว่ะเรียวพอดีครูเขาเรียกใช้” เจ้ายูไดวิ่งหน้าตั้งลงมาด้านล่าง “เออ เออ ชั่งมันเถอะ รีบไปร้านคาราโอเกะดีกว่าฉันอยากปลดปล่อยเต็มแก่แล้ว และเพื่อจะได้เห็นสาวๆโรงเรียนอื่นด้วย” “สมองแกก็มีแค่นี้แหละ” ผมนั่งรถเจ้ายูไดเพราะผมไม่มีรถเอาง่ายๆก็คือผมอยากจะเก็บเงินไว้ใช้เมื่อมันจำเป็น ผมไม่อยากจะใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเพราะเงินของพ่อแม่จะต้องมีวันหมดซะวันหนึ่ง เจ้ายูไดผมลืมบอกไปว่าทำไมเจ้านี่ถึงได้คบกับผมได้ อันที่จริงเจ้าหมดนี่ก็เสน่ห์แรงเหมือนกันมันเองก็หล่อแถมยังรวยอีกต่างหาก แต่ที่มันไม่มีสาวคนไหนมากรี๊ดก็เพราะมันไม่มีคารมเลยนะซิผู้หญิงจะต้องคารมเป็นต่อรูปหล่อถึงมีชัยไงล่ะ เมื่อผมมาถึงร้านหนึ่งที่เปิดใหม่ในห้างสรรพสินค้า “ที่นี่เปิดใหม่ดูท่าทางจะมีคนเยอะนะ” เจ้ายูไดที่กำลังจ่ายเงินค่าห้องคาราโอเกะพูดขึ้น “นั้นซิ แถมโรงเรียนอื่นก็มากันเยอะดีด้วย”